RSS

Category Archives: พระ เครื่องราง ของขลัง

เหรียญพระปิดตารุ่นแรก หลวงพ่อแก้ว เกสาโร วัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เคยเอ่ยให้ศิษย์ฟังเสมอว่าหากท่านสิ้นแล้วก็พึ่ง ท่านแก้วได้เพราะท่าน สำเร็จธาตุทั้ง 4 ทำของได้ขลังเช่นกันหลวงพ่อแก้ว เกสาโร เหรียญปิดตารุ่นแรกเนื้อทองแดง อาบน้ำมันงา พ.ศ.๒๕๑๙ สภาพสวยมาก ไม่ผ่านการใช้ โค๊ตเต็มชัดเจน

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , , , ,

เหรียญพระพุทธชินราช หลังพระพุทธชินสีห์ ปี๒๔๗๓

เหรียญพระพุทธชินราชหลังพระพุทธชินสีห์ วัดมกุฎกษัตริยาราม ปี 2473 – 2478 หนึ่งในเหรียญหายากของกรุงเทพฯ ตัวจริง ๆ น่ะหาไม่เจอแล้วสภาพนี้จัดว่าสวย ได้มาแบบยังมีกะหลั่ยทองด้วย

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , , ,

เหรียญฉลองสมณะศักดิ์ หลวงพ่อเอีย เนื้อทองแดงรมดำ ปี๒๕๑๒

รูปจากเวป

เป็นเหรียญรุ่นที่ ๕ ของหลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ปราจีนบุรี เหรียญที่ได้มาเป็นเหรียญทองแดงรมดำสวยมากคมชัด

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , , ,

เหรียญ พระพุทธรูปวัดไชโย วรวิหาร เนื้อทองแดง ปี๒๔๖๑

เหรียญพระเครื่องในประเทศไทยนั้น มีการสร้างกันมากมายทั้งเหรียญพระพุทธและ เหรียญพระสงฆ์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปตามเจตนารมณ์ของผู้จัดสร้าง อาทิ พระเกจิคณาจารย์จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายลูกศิษย์ลูกหา หรือเพื่อหาทุนทรัพย์บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุต่างๆ ฯลฯ บางทีก็เป็นฆราวาสที่สร้างถวายวัดเพื่อการต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์หลักก็คือ การสืบสานพระพุทธศาสนา เหรียญพระเครื่องจึงเกิดขึ้นมากมายมาแต่ครั้งโบราณกาลจวบจนปัจจุบัน ดังนั้นการที่จะคัดเลือกเหรียญระดับยอดนิยมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างเช่น เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโยวรวิหาร ครับผม

วัดไชโยวรวิหาร เดิมเป็นที่วัดเก่าแก่ในจังหวัดอ่างทอง ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดไชโย” หรือ “วัดเกศไชโย” มาเริ่มปรากฏชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาสร้างพระพุทธรูปใหญ่โตขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง สถานที่ที่ท่านเจริญวัย เรียกกันว่าหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ ก่ออิฐสอดินถือปูนขาว ไม่ได้ปิดทอง ประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง ขนาดหน้าตักกว้าง 8 วา 6 นิ้ว สูงสุดถึงยอดพระรัศมี 11 วา 1 ศอก 7 นิ้ว มองเห็นได้แต่ไกล ต่อมาให้ชื่อว่า “พระมหาพุทธพิมพ์” อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิด “พระสมเด็จวัดเกศไชโย” วัตถุมงคลอันลือชื่อและเป็นที่แสวงหาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพิมพ์ 7 ชั้น หรือพิมพ์นิยม ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร

วัดเกศไชโยยังมีเหรียญพระพุทธที่ได้รับการยอมรับ และยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิบ เหรียญพระพุทธยอดนิยมของประเทศอีกด้วย นั่นคือ เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461

เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 มีลักษณะเป็นเหรียญรูปอาร์มยกขอบทั้งหน้าและหลัง แม่พิมพ์ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปจำลองหลวงพ่อโต หรือพระมหาพุทธพิมพ์ ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนบัลลังก์บัวคว่ำบัวหงาย ด้านข้างทั้งสองจารึกอักษรไทยว่า “พระพุทธรูปวัดไชโย” ต่อลงมาด้านล่างทั้งสองข้างเป็นอักขระขอม “ตัวอุ” ล่างสุดเป็นอักษรย่อว่า “นถจก” ซึ่งเป็นชื่อร้านที่สร้างเหรียญ คือ “ร้านนาถาจารุปกรณ์”

แม่พิมพ์ด้านหลัง ตรงกลางเป็นอักขระขอม 2 บรรทัด อ่านว่า “สุขิโต โหตุ” อันเป็นคำอำนวยพรตามมุมทั้งสี่ของเหรียญเป็นอักขระขอมว่า “จิ เจ รุ นิ” จิ หมายถึงจิต เจ หมายถึงเจตสิก รุ หมายถึงรูป และนิ หมายถึงนิพพาน ส่วนล่างสุดจารึกปีที่สร้างคือ “2461″

เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 มีการสร้างทั้งหมด 3 เนื้อ คือ เนื้อเงิน เนื้อสัมฤทธิ์ และเนื้อทองแดง

เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 นับเป็นเหรียญพระพุทธที่สวยงาม และมีความงามสง่ากอปรกับพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏ สมแล้วที่ได้รับการยอมรับ และยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิบเหรียญยอดนิยมของประเทศ จริงๆ ครับผม

*** คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง โดย ราม วัชรประดิษฐ์ ***

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , ,

เหรียญหลวงปู่เอี่ยม เจ้าอาวาสวัดสะพานสูง ( องค์เก่า )พิมพ์เสมา

**เหรียญหลวงปู่เอี่ยม เจ้าอาวาสวัดสะพานสูง ( องค์เก่า )พิมพ์เสมา บล็อคกลากหลังหลุม สวย** หลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง ปากเกร็ด นนทบุรี เป็นพระเกจิดังของจังหวัดนนทบุรี ท่านเกิดในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2359 ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หลวงปู่เอี่ยมมาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้นขณะที่ท่านหลวงปูเอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการ หลวงปู่เอี่ยมหลวงปู่เอี่ยมได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า หลวงปู่เอี่ยมได้เริ่มสร้างพระปิดตาและตะกรุดเป็น ครั้งแรก เพื่อเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคทรัพย์ และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระ อุโบสถและถาวรสถาน ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยมท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยมได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่า จันทร์หลวงปู่ เอี่ยมจึงได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่า ท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยมท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปี จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยมทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยมจึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยมได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยมท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยมมาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ

จากการเจริญกัมมัฎฐาน จึงทำให้หลวงปู่เอี่ยมสำเร็จ “โสรฬ” ท่านหนึ่งและจากการเชี่ยวชาญวิชากัมมัฎฐานนี้เอง มีเรื่องเล่ากันว่าบริเวณหน้าวัดมีต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีน้ำมันตกและดุมาก เป็นเกรงกลัวต่อชาวบ้านหลวงปู่เอี่ยมจึงได้มายืนเพ่งอยู่ ๒-๓ วันเท่านั้นต้นตะเคียนต้นนั้นก็เฉา และยืนต้นแห้งตายหลวงปู่เอี่ยมผู้มีอาคมขลังและวาจาสิทธิ์ มักน้อย สันโดษ นี้เองทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยมมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมาก

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , ,

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อเอียด วัดทุ่งหินผุด ตรัง

ในปี 2516 หลวงพ่อเอียดได้ สร้างเหรียญรุ่นแรก เพื่อแจกจ่ายให้ศิษย์และบุคคลทั่วไป เก็บเอาไว้บูชา ผู้ที่มีเหรียญของท่าน เมื่อพกพาไปไหนมาไหนจะปลอดภัยแคล้วคลาดจากภัยอันตราย จนเป็นที่ศรัทธาของชาวตำบลนาบินหลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ เหรียญหลวงพ่อเอียด รุ่นแรก สร้างขึ้นมา ๓,๐๐๐เหรียญ แต่มีประชาชนให้ความสนใจมาเช่าบูชาจำนวนมากเหรียญหมดภายในเวลา 3 เดือน ทำให้ต้องมีการจัดทำเพิ่มเป็นครั้งที่ 2 แบบพิมพ์เดิม อีก ๑๐,๐๐๐เหรียญ คือ บล็อคจมูกแตก …เหรียญนี้ดูง่าย สบายตา สบายใจ แถมสวยมากด้วย

องค์ที่ได้มาเป็นบล็อคจมูกแตกครับ ตามรูปข้างล่าง

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , , ,

เหรียญพระอุปัชฌาย์คำ วัดสนามจันทร์ จ.ฉะเชิงเทรา รุ่นแรก ยันต์เล็ก

เหรียญปั๊ม ขอบเลื่อย รุ่นแรก ปี 2481 เนื้อทองแดง สภาพสวยน่าใช้ ท่าน เป็นเกจิยุคเก่าของ จ.ฉะเชิงเทรา เหรียญนี้ปลุกเสกโดย หลวงพ่อดิ่ง หลวงพ่อจาด และอีกหลายๆรูป ครับ แค่นี้ก็เชื่อขนมกินได้แล้วครับ !!!

เหรียญพระอุปัชฌาย์คำ หลังยันต์เล็กผิวเรียบ จัดสร้างเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานฝังลูกนิมิตร์ ณ วัดสนามจันทร์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ นับเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่าน แบ่งเป็น ๒ พิมพ์ คือพิมพ์หลังยันต์ใหญ่ (มีบล๊อคเดียว) และหลังยันต์เล็ก แยกออกเป็น ๒ บล๊อค คือบล๊อคผิวเรียบ และ บล๊อคผิวทรายหรือผิดกลาก (เข้าใจว่าอาจจะมีการเว้นระยะการสร้างจากบล๊อคผิวเรียบ ทำให้บล๊อคเกิดสนิม) แต่สร้างในปีเดียวกันทั้งหมด และจัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ในยุคนั้น มีอดีตพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งเมืองแปดริ้ว ผู้เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อร่วมปลุกเสกมากมาย อาทิ หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ, หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก, หลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม, หลวงปู่รอด วัดคลองเขื่อน ฯลฯ ประสบการณ์เด่นชัดเป็นที่กล่าวขวัญในด้านคงกระพัน มหาอุด เหรียญนี้เป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง (แจกกรรมการ) สภาพยังพอสวยครับ

 
1 Comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , ,

เหรียญเสมา ฉลุยกหน้า หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กรุงเทพ

เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังถือเป็นเหรียญสุดยอดนิยมของพระเครื่องประเภทเหรียญ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีเหรียญ และมีมูลค่าราคาสูงมาก เหรียญหลวงปู่เอี่ยมมีทั้งเหรียญยันต์สี่ เหรียญฉลุทองคำ เหรียญฉลุยกหน้า และเหรียญยันต์ห้า เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง จัดสร้างขึ้นเมื่อคณะศิษย์ของหลวงปู่ ได้ขออนุญาตจัดสร้างขึ้นไว้เป็นที่ ระลึก หลวงปู่ก็ได้อนุญาตให้สร้าง ลูกศิษย์ของหลวงปู่ชื่อ โกศล สิริเวชกุล หรือที่ชาวบ้านมัก เรียกกันว่า “หมอกิม” ได้ติดต่อให้นายเนียม ซึ่งเป็นช่างทองรับไปจัดทำ ซึ่งในครั้งแรกก็คือเหรียญยันต์สี่ มีด้วยกันสองเนื้อคือเนื้อทองแดงและเนื้อเงิน ด้านหลังของเหรียญยังแบ่งเป็นสองแบบคือแบบสามจุดและหลังสี่จุด จำนวนเหรียญที่สร้างประมาณ 5,000 เหรียญ เป็นเหรียญแบบสี่จุดประมาณ 4,000 เหรียญและหลังแบบ 3 จุดประมาณ 1,000 เหรียญ นอกจากนี้ช่างยังได้ออกแบบพิเศษขึ้นมาอีก แต่มีจำนวนน้อยตามผู้สั่งทำคือ เหรียญฉลุยกหน้า เนื้อทองคำและเนื้อเงิน เหรียญฉลุเนื้อทองคำ เหรียญฉลุเนื้อทองคำลงยา เหรียญแบบพิเศษนี้ริเริ่มสั่งทำโดยหมอกิม ซึ่งหมอกิมได้มอบให้ช่างทองอีกคนหนึ่ง คือช่างเจ๋ง อยู่ที่ภาษีเจริญ เป็นผู้จัดทำ เหรียญแบบพิเศษทั้ง 3 แบบนี้ได้แกะแม่พิมพ์ขึ้นใหม่ ดังนี้ เหรียญแบบฉลุยกหน้า ใช้แบบจากรูปถ่ายที่หลวงปู่มีผ้ารัดประคด และเหรียญฉลุทองคำทั้งแบบลงยาและไม่ลงยา ที่แกะแม่พิมพ์ขึ้นใหม่ ซึ่งต่อมาก็นำมาใช้เป็นแม่พิมพ์เหรียญยันต์ห้านั่นเอง ส่วนด้านหลังของเหรียญแบบฉลุทองคำทั้งสองแบบ ใช้แม่พิมพ์ของเหรียญยันต์สี่มา เป็นแม่พิมพ์ เหรียญหลวงปู่เอี่ยมหลังยันต์สี่นี้ ได้แจกจ่ายให้แก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุน การปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ ของวัดหนัง ส่วนเหรียญแบบพิเศษนั้น สร้างหลังจากที่สร้างเหรียญยันต์สี่แบบธรรมดา ไม่นานนักคือหมอกิมได้นำทองคำไปให้ช่างทองคำให้เมื่อทำเสร็จ มีคนอื่นเห็นเข้าต่างก็ชอบใจจึงได้ไหว้วานให้ หมอกิมจ้างช่างให้ทำให้บ้าง แต่ก็สร้างน้อยมากตามผู้สั่งทำ ส่วนมากก็เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่แทบทั้งสิ้น เหรียญของหลวงปู่เอี่ยมหลังยันต์สี่ทั้งแบบเนื้อทองแดง เนื้อเงินและแบบพิเศษ ทุกเหรียญ การตัดขอบของเหรียญหลังจากปั๊มเหรียญเสร็จแล้ว จะตัดขอบด้วยการใช้เลื่อยฉลุตัดขอบทุกเหรียญ ที่เรามักจะเรียกกันว่า “เหรียญข้างเลื่อย” ส่วนเหรียญยันต์ห้านั้นสร้างต่อมาในภายหลังจากเหรียญยันต์สี่ โดยพระครูคำและพระปลัดแจ้ง ได้ไปขออนุญาตหลวงปู่ขอจัดสร้างเหรียญไว้อีกรุ่นหนึ่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์ หลวงปู่ก็ไม่ได้ขัด พระปลัดแจ้งจึงได้ไปให้ช่างเนียมได้จัดทำให้ โดยใช้แม่พิมพ์เหรียญฉลุทองคำเป็นแม่พิมพ์ด้านหน้า ส่วนด้านหลังก็แกะแม่พิมพ์ขึ้นใหม่เป็นแบบยันต์ห้า สร้างจำนวนประมาณ 1,000 เหรียญ เป็นเนื้อสัมฤทธิ์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้นำไปให้หลวงปู่เสก หลังจากนั้นอีกประมาณสามเดือนหลวงปู่ก็มรณภาพลง ๏….พระภาวนาโกศลเถระ(สุวณฺณสโรเถระ…(เอี่ยม)… )…๚ะ๛ เดิมชื่อเอี่ยม เป็นชาวบางขุนเทียนโดยกำเนิด บ้านอยู่ริมคลองบางหว้า หลังวัดหนัง กำเนิดเมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๙ ปีมะโรง จัตวาศก ตรงกับวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๗๕ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และมีนามสกุลว่า “ทองอู๋” ชาวบ้านบางขุนเทียนเรียกกันว่า “หลวงพ่อปู่เฒ่า” ส่วนบุคคลทั่วๆ ไป และนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย เรียกว่า “หลวงพ่อวัดหนัง” โยมบิดามารดามีชื่อว่า นายทอง และนางอู่ ซึ่งเป็นต้นตระกูล “ทองอู๋” ในขณะนี้ โยมทั้งสองท่าน ประกอบอาชีพเป็นชาวสวนและมีฐานะมั่นคง เมื่อได้มีการตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ บุคคลชั้นหลังของตระกูลนี้ขอใช้นามสกุลว่า “ทองอู่” อันเป็นนามรวมของโยมทั้ง ๒ แต่ต่อมาไม่นานนัก ก็ได้มีเจ้านายพระองค์หนึ่ง ทักท้วงว่าไปพ้องกับพระนามของเจ้าต่างกรมพระองค์เข้า จึงต้องเปลี่ยนมาเป็น “ทองอู๋” สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ เครือญาติพี่น้องร่วมท้องเดียวกับพระภาวนาโกศลเถระ มีอยู่ด้วยกัน ๓ คนคือ โยมพี่สาวชื่อ นางเปี่ยม ทองอู๋ เป็นผู้รักษาศีลอุโบสถและไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว ดังนั้นเมื่อสิ้นโยมบิดามารดาแล้ว จึงมาฝากไว้ในความอุปการะของนายทรัพย์ ทองอู๋ บิดาของนายพูน ทองพูนกิจ ผู้เป็นบุตรผู้พี่ของพระภาวนาโกศลเถระ คือนายเอม ทองอู๋ “””””””””””””””””””” การศึกษา การศึกษาอักขร สมัยเมื่อพระภาวนาโกศลเถระ ยังเด็กอายุ ๙ ปี โยมทั้ง ๒ ของท่านได้นำมาฝาก เรียนหนังสือ ในสำนักพระครูธรรมถิดาญาณ หรือหลวงปู่รอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนัง ราชวรวิหาร ในปี พ.ศ. ๒๓๘๗ ในสมัยต่อมา ได้เป็นพระอาจารย์ วิทยาคม ของพระภาวนาโกศลเถระ (เอี่ยม) การศึกษาพระบาลีปริยัติธรรม เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี ท่านได้ศึกษาพระบาลีปริยัติธรรม ในสำนักพระมหายิ้ม วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อจากนั้น ได้ไปอยู่ในสำนัก พระปิฎกโกศล (ฉิม) วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) บรรพชา ต่อมาท่านได้กลับมาบรรพชาเป็นสามเณร และศึกษาพระปริยัติธรรมต่อที่วัดหนัง ราชวรวิหาร สำนักเดิม ของท่าน อีกวาระหนึ่ง การศึกษาในระยะนี้ ดำเนินมาหลายปี ติดต่อกันจนกระทั่งถึง พ.ศ. ๒๓๙๔ เมื่อท่าน อายุได้ ๑๙ ปี จึงได้เข้าสอบ แปลพระปริยัติธรรมสนามหลวง ซึ่งสมัยนั้น ต้องเข้าสอบแปลปากเปล่า ต่อหน้าพระพักตร์ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่น่าเสียดายที่ท่านสอบพลาดไป เลยลาสิกขาบท กลับไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพอยู่ระยะหนึ่ง อุปสมบท อาจจะเป็นด้วยบุญกุศลที่จะต้องเป็นสมณะเพศเพื่อพระศาสนา เพื่อการฟื้นฟูปฏิสังขรณ์สังฆาวาส เสนาสนะ แห่งวัดนี้ ให้ฟื้นฟูคืนจากสภาพอันเสื่อมโทรมขึ้นสู่ยุคอันรุ่งเรืองสูงสุด ในกาลสมัยต่อมา หรือเพื่อความเป็น พระเกจิอาจารย์ ชั้นเยี่ยมแห่งองค์พระกษัตราธิราชเจ้า และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ของบรรดาสานุศิษย์ทั้งหลาย ท่านจึง หันกลับเข้ามาสู่ร่มเงาแห่งกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้จากไปเพียง ๓ ปีเท่านั้น ในปี พ.ศ. ๒๓๙๗ เมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ท่านได้เข้ามาอุปสมบท ตามขนบจารีตอันดั้งเดิมของชาวไทย เพื่อสืบต่อพระบวรพุทธศาสนา และเพื่อแสดง กตเวทิตธรรม แด่โยมผู้บุพการีทั้งสอง ซึ่งได้ทำการอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดราชโอรสาราม (วัดจอมทอง) อ.บางขุนเทียน จ.ธนบุรี (เขตจอมทอง กรุงเทพฯในปัจจุบัน) พระอุปัชฌาย์ได้ขนานนามว่า “สุวณฺณสโร” พระสุธรรมเทพเถระ (เกิด) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมเจดีย์ (จีน) กับพระภาวนาโกศลเถระ (รอด) เป็นคู่กรรมวาจาจารย์

 
1 Comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , , ,

กริ่งหลวงพ่อโสธร ปี๒๕๐๐ รมดำจางๆ ดูสวยมาก

รูปจากเวป องค์ที่ได้มารมดำจางๆ ดูดีสวยมากๆ อ้อมี ๒ องค์แล้วครับ

 

Tags: , , , ,

เหรียญสมโภชพระธาตุพนม เนื้อทองแดง ปี๒๕๑๘

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2518 องค์พระธาตุ พนม ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครพนม ได้ล้มครืนพังทลายลง ได้สร้างความเศร้าสลดให้กับพุทธศาสนิกชนไทยทั้งประเทศ พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) พระพุทธเจ้าและพระบรมสารีริกธาตุอีกหลายองค์

ภายหลังพบพระอุรังคธาตุ ได้ 2 เดือน 26 วัน ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดงานพระราชพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุอื่นๆ อีก 115 องค์ อัญเชิญประดิษฐานในพลับพลาพิธี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่รวม 7 วัน 7 คืน ในระหว่างวันที่ 26 ธ.ค.2518-1 ม.ค.2519 ถือเป็นงานสมโภชระดับชาติ ที่มีพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีทางบ้านเมืองไปพร้อมกัน

วันที่ 26 ธันวาคม 2518 ประมุขฝ่ายสงฆ์ นำโดยสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ 17 รูป เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงสรงพระกรัณฑ์พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรซากปรักหักพังขององค์พระธาตุพนม

ก่อน เริ่มพระราชพิธี 3 วัน จังหวัดนครพนม โดยนายพิศาล มูลศาสตรสาทร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก “เหรียญสมโภชพระธาตุพนม” กำหนดสร้าง 50,000 เหรียญ แต่บล็อกพิมพ์เกิดแตกเสียก่อน จึงสร้างได้เพียง 37,427 เหรียญ ในจำนวนนี้มีเนื้อเงิน 99 เหรียญ เนื้อทองแดงเจดีย์กลม 500 เหรียญ ที่เหลือเป็นเนื้อทองแดงเจดีย์รูปทรง 8 เหลี่ยม

เหรียญสมโภชพระธาตุพนม นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่ลานต้นศรีมหาโพธิภายในวัด ปลุกเสกโดยคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมจากสำนักต่างๆ จำนวน 9 รูป หนึ่งในนั้นมีพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระเกจิชื่อดังร่วมในพิธีแผ่เมตตาจิต

วัตถุประสงค์ตั้งใจจะแจก”เหรียญ สมโภชพระธาตุพนม”ในงานพระราชพิธีดังกล่าว แต่ภายหลังได้รับความนิยมสูง จึงเปลี่ยนให้เช่าบูชา เพื่อนำปัจจัยมาบูรณะองค์พระธาตุพนม ต่อมาได้สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2522

ด้านหน้าเหรียญประดิษฐานพระธาตุพนม มีเปลวรัศมีบริเวณยอดฉัตรนับได้ 24 เปลว ถ้าสังเกตให้ดีบริเวณเปลวรัศมีระหว่างช่องที่ 6-7 เฉพาะเนื้อทองแดงจะพบรอยนูนเป็นตำหนิ ซึ่งมีสาเหตุที่บล็อกเริ่มแตกปริ และพิมพ์ไม่ครบตามจำนวน ด้านหลังมีตัวหนัง สือนูนระบุจุดประสงค์ในการสร้างไว้

เหรียญพระธาตุพนม ปี 2518 รุ่นนี้ได้รับการกล่าวขาน ว่ามีประสบการณ์สูง ด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่นิยมในหมู่ทหาร ตำรวจ ตชด. และ นปข.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิ จากราคาเช่าบูชา 10-20 บาทในสมัยนั้น ปัจจุบัน เหรียญพระธาตุพนมสภาพสวยๆ มีราคาประมาณการอยู่ที่ 1,200-1,500 บาท เป็นวัตถุมงคลที่เชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้ม ครองและมีพุทธานุภาพสูง

*** ที่มาหนังสือพิมพ์ข่าวสด คอลัมน์ เปิดตลับพระใหม่ ***

 
Leave a comment

Posted by on July 4, 2010 in พระเหรียญ

 

Tags: , , , , ,

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.