ได้เหรียญประพาสมาลา รศ.๑๑๖

จากที่รอคอยมานาน เมื่อวันก่อนได้ไปดูเหรียญดังกล่าวที่ตลาดถนอมมิตร ๘๘ มา ส่องดูอยู่นานไม่ค่อยพอใจ เพราะดูตัวหนังสือไม่คอยสวยครับ เจ้าของแผงก็เชียร์ให้ซื้อ บอกว่าก็เหมื่อนเหรียญที่แล้วที่มาดูไว้ แต่ผมก็ยืนยันว่าไม่เหมือน

วันถัดมา น่าจะเป็นวันจักรี ๖ เมษายน ก็ไปเดินที่ตลาดปัฏฐวิกรณ์ ปรากฏว่าเจอเจ้าของแผง มาขายอยู่ และบอกว่าได้เหรียญใหม่มา แต่เป็นเหรียญพร้อมแถบนะ ให้ไปดูได้ ผมก็เลยนัดว่าจะเข้าไปดูวันเสาร์ พอวันเสาร์ตอนจะไป รถกลับสตาร์ทไม่ติดซะอย่างงั้นเลยไปไม่ได้ เมื่อวาน ๑๗ เมษายน เพิ่งได้ไปมา แล้วก็ได้เสียเงินจริงๆ แม้ว่าเหรียญจะไม่สวยเหมือนเหรียญที่เคยดูมา แต่ก็น่าพอใจครับ เป็นเหรียญประพาสมาลาพร้อมห่วงธรรมดาแบบที่เคยเห็น แต่เหรียญที่มีแถบกลับเป็นเหรียญปราบฮ่อครับ มีแถบหนังคาดเงินบอกปี ๒๔๓๐

จริงๆเป็นเหรียญเหมือนที่ผมเคยได้มาแล้วเหรียญหนึ่งแต่ไม่มีแถบ แต่เหรียญนี้สมบูรณ์กว่ามากครับขอบเหรียญยังไม่มีรอบสึกหรอเลย ก็เลยรวบมาทั้ง ๒ เหรียญเสียเงินไปมากโขเลยครับ

กลับมาบ้านส่องดูอ้าวเหรียญประพาสมาลาไม่เหมือนแบบครับ ทำเอาตกใจแต่หลังจากค้นหาเพิ่มเติมก็พบว่า มีแบบตัวอย่างที่เหมือนของที่ซื้อมาใหม่เหมือนกันนะ แสดงว่ามีแบบที่แตกต่างกันครับ ส่วนเหรียญปราบฮ่อเหมือนกับเหรียญที่เคยเช่ามาทุกอย่าง แต่สภาพ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และมีแถบมาด้วย แต่ก็แพงกว่าเดิมหลายอยู่ครับ

ยังไงก็ดีใจที่ได้มาทั้ง ๒ เหรียญแหละครับ ถ้าไม่เป็นเหรียญแท้ก็เป็นเหรียญที่ทำได้เหมือนมากๆ นอกจากนั้นเค้ามีกระดุมเสื้อทั้งหมด ๕ เม็ด เป็นรูปเหมือนรัชกาลที่ ๕ ผมดูแล้วไม่ชอบตรงที่มีสลัก ตัวอักษร Aug.Patey แต่แบบไม่คม และไม่น่าจะเป็นฝีมือช่างฝรั่งเศส ผมเลยไม่เอามา เค้ายังบอกว่าหายากกว่าเหรียญเสียอีกนะน่าจะเอามา

เหรียญรัชกาลที่ 5

หลังจากพลาดโอกาสเป็นเจ้าของ เหรียญประพาสมาลา วันนี้เลยตัดสินใจซื้อเหรียญรัชกาลที่ 5 มาที่เดียว 2 เหรียญ เหรียญหนวด ช้างสามเศียร และเหรียญปราบฮ่อ สภาพสวยมาก ถ้าเป็นเหรียญปลอมก็คงจะต้องเป็น เหรียญปราบเซียนละครับ ยังไงก็ไม่เสียดาย

เหรียญปราบฮ่อ ที่ขอบเหรียญมีอักษร “MONNAIE DE PARIS & ARGENT” ตัวอักษร ฬ หางไม่ขาด มีตุ้ม สำหรับเหรียญหนวด ช้างสามเศียรสภาพทำความสะอาด และขัดมา ดูสึกไปบ้างแต่ก็ดีสวย เมื่อเทียบกับเหรียญบาทรัชกาลที่ 6 ช้างสามเศียร ด้านช้างดูเหมือนกันมากครับ ส่วนที่แตกต่างกันในเนื้อหามีที่ปีที่ปรากฎบนเหรียญ คือ รศ 127 กับ 2459 และตรงคำว่า หนึ่งบาท ตาง นึ่ ลักษณะของไม้เอก กับสระอึ ดูแตกต่างกัน เหรียญ ร.5 ดูสะกดไทยถูกต้องกว่า เหรียญ ร.6 ที่เหมือนสะกดเป็น นี และตามด้วย ส่วนหัวของสระ อึมาอยู่หน้าตัว นอหนู สำหรับรูปช้างสามเศียร และตัวอักษรตัวอื่นๆดูคล้ายกันมาก เคยอ่านมาว่ามีการนำเหรียญหนวดกลับไปยังโรงงานผลิต แล้วแก้งานส่งเป็นเหรียญ ร.6 แทน ครับ

วันนี้พบว่าเหรียญปราบฮ่อที่เหมือนผมก็มีในเวปอื่นเหมือนกันครับ เลยกอปปี้มาให้ดูกันดีกว่า คอยมีโอกาสเป็นเหรียญแท้อีกนิดครับ

ฝากลิ้งค์ไว้ด้วยเพื่อไปดู (ขออนุญาตินะครับ) คลิกที่นี่ได้

เหรียญรัชกาลที่ 5 ปราบฮ่อ

(คัดลอกมาจากเวป)

ถ้าพูดถึงเหรียญรัชกาลที่ 5 ก็ต้องกล่าวถึงเหรียญนี้ครับ เพราะเป็นหนึ่งในเหรียญรัชกาลที่หลายท่านชอบเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ผมได้นำรูปภาพด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้างมาให้เห็นชัดเจนว่า ขอบ วงนอกของเหรียญด้านล่างมีข้อความอักษรโรมัน บ่งบอกถึงชนิดของโลหะว่า “MONNAIE DE PARIS ARGENT” สังเกตในรูป จะเป็นตัวตอก MONNAIE DE PARIS & GOLD เหมือนกับเหรียญประพาสยุโรป

ส่วน ประวัติความเป็นมาของการจัดสร้างเหรียญปราบฮ่อนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗ สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้ที่ไปราชการสงคราม คราวปราบปรามโจรฮ่อที่ลุกล้ำ พระราชอาณาเขตทางเหนือบริเวณประเทศลาวใน ปัจจุบัน ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นประเทศราชของสยาม

พวกฮ่อนี้เป็นชาว จีนที่เดินทางบกเข้ามาค้าขายในแถบหัวเมืองเหนือ แต่ภายหลังเมื่อประเทศจีนเกิดกบฏไต้เผ็งขึ้น และรัฐบาลจีนร่วมมือกับประเทศ ยุโรปปราบปรามพวกกบฏเหล่านี้ได้ราบคาบ ราวต้นรัชกาลที่ ๕ พวกกบฏไต้เผ็งที่หนีรอดมานี้ได้เดินทางลงมาทางใต้ ในลักษณะกองโจรติดอาวุธและ เข้าปล้นสะดมเมืองต่างๆ รายทางลงมาตั้งแต่สิบสองจุไท หัวพัน ทุ่งเชียงคำ เมืองพวน ลงมาถึงเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง พวกโจรจีนเหล่านี้มีหลายก๊กหลายเหล่า เช่น ฮ่อธงแดง ฮ่อธงเหลือง ฮ่อธงดำ ร่วมกับชาวพื้นเมืองที่พวกฮ่อเหล่านี้ เข้าปล้นสะดมจัดตั้งเป็นกองโจรเข้าตี บ้านเมืองต่างๆ เริ่มตั้งแต่ต้นรัชกาลที่ ๕

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงส่งกองทัพไปปราบปราม ๓ ครั้ง ดังนี้

ครั้ง ที่ ๑ พ.ศ.๒๔๑๘ จัดกองทัพแบบโบราณ โดยมีพระยามหาอำมาตย์เป็นทัพที่ ๑ เจ้าพระยาพิชัยเป็นทัพที่ ๒ เจ้าพระยาภูธราภัย (นุช บุณยรัตพันธ์) เป็นทัพที่ ๓ เข้าตีพวกฮ่อจนแตกหนีไป

ครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๔๒๖ เกิดการรุกรานของพวกโจรฮ่ออีก ซึ่งขณะนั้นมีกองทัพสยามไปราชการแถบบริเวณนั้นอยู่แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาพิชัย(มั่ง) ยกกองทัพไปช่วยเหลือเมืองหลวงพระบาง และพระยาราชวรานุกูล (เวก บุณยรัตพันธ์) ยกกองทัพไปช่วยเมืองเวียงจันทน์

ครั้งที่ ๓ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๒๘-๒๔๓๑ เป็นการจัดการทัพแบบสมัยใหม่มีอาวุธทันสมัยมากขึ้น เช่น ปืนใหญ่ลูกแตก โดยจัดทัพเป็น ๒ กอง คือ กองทัพพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (ต้นราชสกุลทองใหญ่) ยกไปทางเมืองหนองคาย กองทัพของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ยกไปทางเมืองหลวงพระบาง

การจัดสร้างเหรียญปราบฮ่อนี้เป็นแนวพระราช ดำริของรัชกาลที่๕ ทั้งหมด โดยมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานเป็นของรางวัลแก่นายทหารที่ไปราชการทัพ ฉะนั้น การออกแบบก็คงเป็นพระราชดำริของพระองค์ท่านเช่นกัน โดยทรงระบุถึงรายละเอียดว่าให้เก็บรายชื่อนายทหารที่ไปรบคราวใดก็จะพระราช ทานแจกเข็มปีนั้นให้

ส่วนปีที่เริ่มพระราชทานแจกนั้นเข้าใจว่าจะ เริ่มตั้งแต่ ร.ศ.๑๑๗ เพราะเมื่อค้นในราชกิจจานุเบกษา รัชกาลที่ ๕ จะเริ่มประกาศรายชื่อขุนนางที่ได้รับพระราชทานเหรียญปราบฮ่อใน ร.ศ.๑๑๗ เป็นปีเริ่มต้น โดยเริ่มพระราชทานแจกในวันที่ ๒๑ กันยายน ร.ศ.๑๑๗ (พ.ศ.๒๔๔๑) จำนวน ๔๙ ท่าน เช่น พระยาพหลพลพยุหเสนา (กิ่ม ), เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม) , พระยาสีหราชเดโชไชย (โต) , พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (เชย) รวมตลอดทั้งปีจนถึงวันที่ ๒๑ มีนาคม ร.ศ.๑๑๗ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๒๔ เหรียญ

ส่วน ร.ศ.๑๑๘ พระราชทานแจกเฉพาะในมณฑลพิษณุโลกจำนวน ๗๕ เหรียญ และ ร.ศ.๑๑๙ พระราชทานแจกให้แก่ขุนนางมณฑลอีสานจำนวน ๙๘ เหรียญ เช่น พระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) . พระประสิทธิ์ศักดิ์ประสิทธิ์ (หำ) . พระยาไตรเพชรรัตนสงคราม (จรัญ) . พระยาปทุมเทวาธิบาล (เสือ) , หลวงพิทักษ์ เทพสถาน เมืองมุกดาหาร ฯลฯ

แม้กระทั่ง ร.ศ.๑๒๓ ก็ยังคงมีการพระราชทานแจกเหรียญปราบฮ่ออยู่ ๒ ท่าน คือ พระยานนทบุรี (ทัด) และนายร้อยโท สง่าประ เป็นแม่ทัพยกไปทางเมืองหลวงพระบาง และเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) เป็นแม่ทัพยกไปทางเมืองหนองคาย