พระหลวงพ่อจุก กรุวัดพระศรีมหาธาตุ ลพบุรี

_MG_0184

(เนื้อเรื่องจาก นสพ. คม ชัด ลึก ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ สำหรับภาพเป็นพระผมเองครับ)

พระกรุอีกองค์ของ อู๊ด สุพรรณ คือ พระหลวงพ่อจุก เนื้อดินเผา กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี ชื่อพระพิมพ์นี้ฟังดูเหมือนกับชื่อของพระเกจิอาจารย์ แต่ความจริงเป็นชื่อเรียก พระพุทธรูป ที่มีพระรัศมีเป็นกรวยสูงเด่น คล้ายกับ ผมจุก ผู้ที่พบเห็นในครั้งแรก จึงเรียกชื่อพระพิมพ์นี้ว่า พระหลวงพ่อจุก สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้พระพิมพ์นี้มีพุทธลักษณะแตกต่างไปจากพระพิมพ์อื่นๆ ของกรุวัดพระศรีฯ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร ที่นับถือศาสนาพุทธแบบมหายาน พุทธศิลป์จึงมีความเข้มแข็ง ดุดัน ถมึงตึง แต่ พระหลวงพ่อจุก กลับมีพุทธลักษณะสำรวม อ่อนโยน สงบนิ่ง แสดงความเมตตากรุณา อันเป็นลักษณะของ พุทธศิลป์แบบเถรวาท เชื่อกันว่าพระพิมพ์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลังกา ขณะเดียวกัน เม็ดพระศกของพระพิมพ์นี้มีลักษณะเรียงติดกันเป็นเส้นตามแนวนอน ที่เรียกกันว่า ผมเวียน จึงน่าเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียภาคใต้ ที่เรียกว่า ศิลปะโจฬะ ตอนปลาย สกุลช่างนาคปัฏฏินัม (ราวคริสต์ศตวรรษที่ ๖-๘) นับเป็นจุดเด่นของ พระหลวงพ่อจุก ที่น่าสนใจศึกษา แม้ว่าองค์พระจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ กว้างประมาณ ๓.๕ ซม. สูงประมาณ ๖.๕ ซม.ไม่สะดวกในการแขวนติดตัวไปไหนมาไหน ก็น่าสะสมเอาไว้ศึกษาเนื้อหามวลสาร และพิมพ์ทรงองค์พระที่มีคุณค่าทางด้านพุทธศิลป์เป็นอย่างยิ่ง (พระพิมพ์นี้มีทั้งเนื้อดิน และเนื้อชิน)

หลวงพ่อจุกลพบุรี กรุวัดพระศรีมหาธาตุ ลพบุรี เนื้อดิน อายุราว ๘๐๐ ปี

ภาพจากเวป

(องค์นี้ผมเก็บอยู่)

จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพระกรุเก่าที่มีชื่อเสียงและ เป็นที่นิยมสะสมกันในวง การนักนิยมสะสมพระเครื่องมากมาย ทั้งพระหูยาน พระร่วงยืนหลังรางปืน พระนาคปรก กรุวัดปืน ฯลฯ และ “หลวงพ่อจุก” ก็นับเป็นหนึ่งในพระกรุเก่าของดีของลพบุรี ซึ่งมีอายุในราว 800 ปี พุทธลักษณะลงตัวสมส่วนแลดูสง่างาม แต่พุทธศิลปะกลับไปคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปแบบลังกา ซึ่งแตกต่างไปจากพระสกุลลพบุรีอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงครับผม

เหตุที่ “หลวงพ่อจุก” มีพุทธศิลปะแบบลังกา นับเนื่องตามประวัติศาสตร์ชาติไทยแต่โบราณ เมืองไทยมีความสัมพันธ์ทางศาสนาอย่างต่อเนื่องกับประเทศลังกา และพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆ พระองค์ก็ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภกอย่างแท้จริงมาโดยตลอด เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 พุทธศาสนาลัทธิหินยานแบบลังกาวงศ์ได้เผยแผ่เข้ามาถึงสยามประเทศ มีการส่งพระภิกษุไทยไปศึกษาพระธรรมวินัยจากลังกา รวมทั้งได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ชาวลังกาเข้ามาสั่งสอนศาสนามากมาย ทั้งที่เมืองนครศรีธรรม ราช สุโขทัย จนถึงลพบุรี

ที่จังหวัดลพบุรี ยังเคยเป็นที่ตั้งของวัดลังกาอยู่ถึง 2 วัด คือ วัดลังกาและวัดสิงหล แต่ ณ ปัจจุบันไม่หลงเหลือซากปรักหักพังให้เห็นแล้ว ดังนั้น พุทธศิลปะของพระพุทธรูปลพบุรีจึงได้รับอิทธิพลจาก ลังกามาผสมผสานอยู่ด้วย แต่สำหรับ “หลวงพ่อจุก” แล้ว จะมีพุทธศิลปะเป็นแบบลังกาโดยตรง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างโดยพระภิกษุสงฆ์ชาวลังกา และที่สำคัญพระภิกษุสงฆ์ชาวลังกาที่นิมนต์มาเผยแผ่ศาสนาในสมัยนั้น เป็นพระ ฝ่ายอรัญวาสผู้มีพุทธาคมแก่กล้า และมีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยและวิปัสสนาธุระเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ “หลวงพ่อจุก” เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือในพุทธคุณอันเข้มขลังทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเป็นที่ปรากฏประจักษ์ในด้านคงกระพันชาตรี มหาอุด และแคล้วคลาด

” หลวงพ่อจุก” ปรากฏค้นพบจากกรุและเจดีย์รายทั่วไปในจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ส่วนมากเป็นพระเนื้อดิน ที่เป็นเนื้อชินมีน้อยมาก เป็นพระมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ส่วนฐานกว้างประมาณ 3.5 ซ.ม. สูงประมาณ 6.5 ซ.ม. เป็นพระพิมพ์แบบครึ่งซีก พุทธลักษณะองค์พระประทับนั่งเหนือพุทธบัลลังก์ฐานเขียง ซึ่งมีทั้งฐานสูงและ ฐานเตี้ย แสดงปางสมาธิขัดราบขวาทับซ้าย พระเกศจิ่มป้านใหญ่คล้าย “จุก” อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญและนำมาขนานนามองค์พระ พระเกศาเป็นเส้นและเวียนรอบพระเศียร พระพักตร์กลมป้อมอิ่มเอิบ ปรากฏรายละเอียดชัดเจนทั้งพระเนตร พระนาสิก และพระโอษฐ์ พระ กรรณยาวจรดพระอังสา พระอังสากลมมนสมส่วน พระอุระแลดูผึ่งผายงามสง่า พระวรกายเว้าแบบตัววี (V) เส้นจีวรและสังฆาฏิคมชัดเจน พระหัตถ์ขวาซ้อนบนพระหัตถ์ซ้ายอยู่เหนือพระเพลา

ด้วยพุทธลักษณะ เฉพาะที่สง่างาม และพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏ ทำให้ “หลวงพ่อจุก ลพบุรี” กลายเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน และเป็นที่นิยมสะสมในแวดวงนักนิยม พระเครื่องอย่างกว้างขวาง โดยไม่เกี่ยงว่าองค์พระจะดูค่อนข้างใหญ่ไปสักหน่อย