Month: December 2009

ไหว้พระ 3 วัด

วันนี้ได้เดินทางไปไหว้พระ 3 วัดคือ วัดกัลยา วัดอรุณ และวัดระฆัง โดยเดินทางโดยรถยนต์ไปจอดรถที่วัดกัลยา อยู่ในซอยข้างโรงเรียนศึกษานารี ประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านขวามือก่อนขึ้นสะพาน ที่วัดมีบริการเรือสำหรับเดินทางไปวัดอีก 2 วัดแบบเหมาราคาคนละ 30 บาท ครับระหว่างทางคนขับเรือบรรยายให้ฟังด้วยครับว่า ผ่านอะไรบ้างดีมากครับ วันหลังต้องหาเวลาไปอีกสักครั้ง ถึงเวลาประมาณ 11.15 น. ออกมา 14.30 น. คิดว่าจะเสียค่าที่จอดรถแพง ที่ไหนได้เสีย 10 บาทเอง

พระพุทธชินราช อินโดจีน

วันนี้ไปเดินที่แถวคลองถม เจอพระพุทธชินราช อินโดจีน ในกรอบเงินครับ เจ้าของบอกว่าได้มาจากคนแก่ เช่ามาราคาแค่ 130 บาท คุ้มมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นพระจริง เจ้าของอยู่นครปฐม รีบเก็บของกลับบ้าน ว่าจะดูอย่างอื่นด้วยนะนี้แต่ไม่ทัน เค้าเก็บกลับซะแล้ว

เหรียญหลวงพ่อโสธร เงินลงถม

หน้าเหรียญใช้คำว่า พุทธโสธร เป็นพระเมล็ดแตง เงิน ลงถมครับ ด้านหลังเป็นยันต์ และคำว่าแปดริ้ว เป็นเหรียญเงินเล็กๆบาง น่าจะสำหรับเด็กเล็กครับ

การดูพระบูชาว่า เป็นพระเก่าหรือไม่

ผมได้รับข้อมูลมาเป็นจำนวนไม่น้อย บางอันก็ไม่เข้าใจ แต่ที่ผมว่ามีเหตุผล และน่าจะใช้ได้น่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบรอยต่อของส่วนต่างๆ ขององค์พระครับ ซึ่งเป็นความแตกต่างสำคัญสำหรับ วิทยาการที่ใช้ในการผลิต โดยปัจจุบันการผลิตนั้น เป็นการผลิตในแบบอุตสาหกรรม ซึ่งแน่นอนว่าต้องการผลิตเป็นจำนวนมาก เร็ว และต้นทุนการผลิตต่ำ ผิดจากการผลิตในสมัยก่อนซึ่งจะถือว่า การสร้างองค์พระเป็นงานพุทธศิลป์มากกว่า โดยเครื่องมือ และวิทยาการในการผลิตก็ยังไม่ก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะใช้แม่พิมพ์แบบทุบ และแน่นอนว่ายังไม่มีเครื่องเชื่อมที่ใช้ประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ขององค์พระเข้าด้วยกัน

ดังนั้นพระเก่าจะสร้างโดยการหล่อครั้งเดียวทั้งองค์ แต่สำหรับพรปลอมเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด การสร้างคงจะต้องเป็นขบวนการผลิตที่ทันสมัย โดยหล่อองค์พระเป็นชิ้นๆ แล้วเชื่อมต่อด้วยเครื่องเชื่อมครับ

ประสบการณ์ในการเช่าพระ

ผมดู และเช่าพระ มาได้ไม่นานอยู่ที่เดียวคือ ตลาดถนอมมิตร ต้นถนนวัชรพลรู้สึกเลยว่า มีคนดูพระอยู่มากแต่ มีคนเช่าน้อยมาก ทุกครั้งที่ผมดูพระเจ้าของแผงก็จะเสนอให้ผมเช่าพระครั้งละหลายๆองค์ แล้วก็เสนอแถมให้บ้าง ช่วงไหนที่เค้าอาจจะมีความต้องการใช้เงิน เค้าก็จะใช้ความพยายาม และจิตวิทยากับผม ซึ่งก็ทำให้ผมเช่าได้หลายครั้ง แต่ผมก็ต่อรองเต็มที่ จนแผงที่ผมเช่าประจำก็คงรู้ว่าผมต่อรองสุดๆ

ช่วงหลังผมก็เลยเริ่มไม่แน่ใจว่า เค้าบอกราคาผมผ่านเผื่อต่อรองหรือเปล่า และหลายครั้งผมก็เช่าพระมามากเกินไป เช่น ครั้งล่าสุดคิดดูซิครับ ผมเช่าพระเครื่องมาทั้งหมด 14 องค์ ก่อนหน้านั้นผมก็เช่าพระบูชาทีเดียว 3 องค์ พร้อมพระแพมอีก 5 องค์ต่างหาก ตอนนี้ผมมีพระที่เช่าเองอยู่จำนวนมาก เรียกว่าเต็มโต๊ะไปหมด

ระหว่างคนซื้อ กับคนขาย บางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่าที่เราต่อรองราคา และได้ตามที่เราต่อนั้น เราได้หรือเราเสียกันแน่ ยังไงก็เป็นข้อตกลงที่พอใจทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างคนซื้อ กับคนขาย บางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่าที่เราต่อรองราคา และได้ตามที่เราต่อนั้น เราได้หรือเราเสียกันแน่ ยังไงก็เป็นข้อตกลงที่พอใจทั้ง 2 ฝ่าย คงต้องหยุดเช่า แล้วดูอย่างเดียวสักพักครับ

พระบูชาสมัยเชียงแสน หน้าตัก 9 นิ้ว

แผงที่ตลาดถนอมมิตร เชิญพระบูชามาอีกองค์ และบอกว่าราคาเป็นหมื่น แต่กันเองเอาเท่าทุน 5,000 บาท ขอค่ารถสัก 300 บาทเท่านั้น มาครั้งก่อนเคยบอกผมว่าสำหรับ พระบูชาหน้าตัก 9 นิ้ว จะให้ผมบูชาแค่ 3,500 บาทเอง แต่เมื่อวานนี้เปลี่ยนไป

พระเครื่อง พระเบญจภาคี

พระสมเด็จวัดระฆัง – พระรอด – พระผงสุพรรณ – พระซุ้มกอ – พระนางพญา

“พระเบญจภาคี” หมายถึง พระเครื่องชุดหนึ่งประกอบด้วยพระจำนวน ๕ องค์ โดยมี พระสมเด็จวัดระฆัง โฆสิตาราม เป็นองค์ประธาน พระนางพญา กรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก, พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี, พระลีลา จังหวัดกำแพงเพชร และพระรอด กรุวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน แต่เนื่องจากพระกำแพงลีลาหาได้ยากมากขึ้น จึงได้พระกำแพงซุ้มกอ จังหวัดกำแพงเพชรมาแทน ผู้ที่จัดพระชุดเบญจภาคีคือ “ตรียัมปวาย” นี้เองที่ได้จัดทำทำเนียบชุดพระเครื่อง “เบญจภาคี” ขึ้นในปี ๒๔๙๕ โดยเมื่อแรกเริ่มยังคงเป็นเพียง “ไตรภาคี” คือมีเพียง ๓ องค์เท่านั้น อันประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง เป็นองค์ประธาน ซ้าย-ขวา เป็นพระนางพญา (พิษณุโลก) และพระรอด (ลำพูน) หลังจากนั้นไม่นานจึงได้ผนวก “พระซุ้มกอ” (กำแพงเพชร) และ “พระผงสุพรรณ” (สุพรรณบุรี)

จนกลายเป็นชุดพระเครื่องที่เป็นสุดยอดปรารถนาของนักสะสมพระเครื่อง ทั้งหลาย ผู้ที่มี่ตำแหน่งหน้าทีสูงมักจะมีพระเครื่องชุดนี้ โดยเฉพาะสมเด็จวัดระฆังเป็นพระเครื่องชั้นสูงสุด เป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง เป็นพระที่มีผู้ต้องการแสวงหามากที่สุด เป็นพระที่มีพระพุทธคุณสูงที่สุด มีการปลอมแปลงมากที่สุด ราคาเช่าแพงที่สุดหลายล้านบาท ทุกคนอยากได้เป็นเจ้าของ กล่าวกันว่าโอกาสที่จะได้ชุดเบญจภาคีที่แท้ๆ ต้องมีวาสนาและบารมีประกอบกันด้วย มีแต่เงินแต่ขาดวาสนาหรือบารมีก็อาจได้ของปลอมมาก็ได้กระมัง

พ่อปู่ฤาษีสิงห์สมิงพราย หลวงพ่อกาหลง

หลวงพ่อกาหลง – จัดสร้างขึ้น เนื่องในพิธิไหว้ครู เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ที่มีความเกี่ยวเนื่องผูกพันธ์กับหลวงปู่กาหลง ตั้งแต่วันที่ถือกำเนิด ซึ่งตาบางอยู่บ้านตรงข้ามกันมองเป็น ฤาษีมีแสงสว่างรอบตัวเดินจูงเด็กเข้ามาใน บ้านเวลากลางดึกสงัด ต่อมาฤาษีปรากฎนิมิตเพื่อสั่งสอนวิชาอาคมและ ยังแนะนำหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญวิปัสสะนากัมมัฎฐานเพื่อ ให้หลวงปู่เดินทางไปร่ำเรียนศึกษาจัดสร้างขึ้น เนื่องในพิธิไหว้ครู เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ที่มีความเกี่ยวเนื่องผูกพันธ์กับหลวงปู่กาหลง ตั้งแต่วันที่ถือกำเนิด ซึ่งตาบางอยู่บ้านตรงข้ามกันมองเป็นฤาษีมีแสงสว่างรอบตัว เดินจูงเด็กเข้ามาในบ้านเวลากลางดึกสงัดต่อมาฤาษีปรากฎนิมิตเพื่อ สั่งสอนวิชาอาคมและ ยังแนะนำหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญวิปัสสะนากัมมัฎฐานเพื่อ ให้หลวงปู่เดินทางไปร่ำเรียนศึกษา

ประวัติท้าวเวสสุวัณ

ประวัติท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร

ท้าวเวสสุวัณ เป็นอธิบดีแห่งอสูรย์หรือยักษ์ หรือเป็นเจ้าแห่งผี เรียกง่าย ๆ ว่า ” นายผี ” เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งมีท้าวมหาราชทั้งสี่ปกครอง คือ ท้าวธตรัฏฐะ ท้าววิรุฬหกะ ท้าววิรูปักขะ และท้าวเวสสุวัณ (ท้าวกุเวร) ประจำทิศต่างๆ ทั้งสี่ทิศโดยเฉพาะท้าวเวสสุวัณ (ท้าวกุเวร) เป็นใหญ่ปกครองบริวารทางทิศเหนือ ว่ากันว่าอาณาเขตที่ท้าวเธอดูแลปกครองรับผิดชอบมีอาณาเขตใหญ่โตมหาศาล กว้างขวาง และเป็นใหญ่ (หัวหน้าท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4) กว่าท้าวมหาราชองค์อื่น

ท้าวเวสสุวัณ เป็นเทพแห่งขุมทรัพย์ เป็นมหาเทพแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง รักษาสมบัติของเทวโลก ทั้งเป็นเจ้านายปกครองดูแลพวกยักษ์ ภูติผีปีศาจทั้งปวง ( ในคัมภีร์เทวภูมิ กล่าวไว้ว่า ท้าวเวสสุวัณได้บำเพ็ญบารมี มาหลายพันปี รับพรจาก พระอิศวร พระพรหม ให้เป็นเทพแห่งความร่ำรวย ) นอกจากนี้หน้าที่ของท้าวเธอมีมากมาย เช่น การดูแลปกป้องคุ้มครอง พระพุทธศาสนา , ปกป้องคุ้มครองแก่ผู้นั่งสมาธิปฏิบัติพระกรรมฐาน เป็นต้น

ในคัมภีร์โบราณ ได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชารูปท้าวเวสสุวัณ หรือ ท้าวกุเวร
คาถาบูชาท้าวเวสสุวัณ หรือ ท้าวกุเวร(บูชาประจำวัน) ตั้ง นะโม 3จบ
อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
ท้าวเวสสุวัณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโต
เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวัณโณ นะโมพุทธายะ