Month: July 2010

พระเครื่องเมืองกำแพง

พระประวัติพระเครื่องเมืองกำแพง

ยอดพระเครื่องอันดับหนึ่ง ของจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียงจัดอยู่ในชุด “เบญจภาคี”ที่มีค่าในทางโภคทรัพย์ยิ่งนัก ตำนานการสร้าง พระกำแพงทุ่งเศรษฐีนั้น กำเนิดที่พระบรมธาตุนครชุม เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร เมื่อปี พ,ศ,๒๔๔๙ ดังมีใจความดังต่อไปนี้ “เมื่อกินข้าวแล้ว ล่องเรือมาขึ้นที่วัดพระธาตุ วังเดิมเป็นพระเจดีย์เช่นเดียวกับที่วัดพระธาตุใหญ่ ๑ ย่อม ๒ องค์ พญาตะก่ารวมสร้าง ๓ องค์รวมเป็นองค์เดียวกัน แปลงรูปเป็นพระเจดีย์มอญ แต่ยังไม่แล้วเสร็จพญาตะก่าตายพะโป๊ะจึงได้มาปฏิสังขรณ์ ต่อมาได้ยกฉัตรยอดวังทำแต่มพะละแหม่งเพิ่งแล้ว แต่ฐานชุกชียังไม่ถือปูนไม่รอบพระเจดีย์องค์นี้ทาสีเหลือง มีลายสีเหลือง แลดูในน้ำงามดี มีพระครูอยู่ในวัดเป็นเจ้าคณะรองรูปหนึ่ง พระครูเจ้าคณะแขวงอำเภอ
พรานกระต่ายอีกพวกหนึ่ง เป็นสองพวกออกจะลงรอยกัน มีโรงเรียนอยู่ในหมู่กุฏิมีราษฏรมาหาเป็นอันมาก “พระเจดีย์ทั้ง ๓ องค์นี้ นายชิด มหาดเล็ก หลานพระยาประธานคโรทัย วึ่งเป็นนายอำเภออยู่ในมลฑลนครชัยศรี ลาป่วยออกมารักษาตัว ไปได้ตำนาน และพระพิมพ์มาให้ ยังมีกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระยาศรีธรรมโศกราช ทรงดำริที่จะบำรุงพระพุทธศาสนา จึงไปเชิญพระธาตุจากลังกา และสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่แควแม่น้ำปิงและแม่น้ำยมเป้นจำนวน ๘.๔๐๐๐ พระเจดีย์พระฤาษีจึงได้สร้างพระพิมพ์ขึ้น ถวายพระญาศรีธรรมโศกราชเป็นอุปการะ จึงได้บรรจุพระธาตุ และพระพิมพ์ไว้ในพระเจดีย์ตั้งแต่นั้นมา เหตุที่พบพระพิมพ์กำแพงเพชรขึ้นนี้ เมื่อปีระกาเอกศก จุลศักราช ๑๒๑๑ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆังฯ ขึ้นมาเยี่ยมญาติในเมืองกำแพงเพชร ได้อ่านแผ่นศิลาจารึกไทยโบราณ ที่มีอยู่ในวัดเสด็จ ได้ความว่า มีพระเจดีย์โบราณบรรจูพระบรมธาตุ อยู่บนบริเวณแม่น้ำปิง ฝั่งตะวันตก ตรงหน้าเมืองข้าม จึงได้ค้นขว้ากันขึ้นตามพพระเจดีย์ ๓ องค์ ชำรุด ทั้ง ๓ องค์ พญาตะก่า ขอสร้างรวมเป็นองค์เดียว จึงได้ลื้อพระเจดีย์ จึงได้พบพระพิมพ์และวิธีบูชา นายชิดได้กล่าวสรุปถึงพระพิมพ์เมืองกำแพงเพชรเมื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีความว่า “วันที่ ๒๒ สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๕ ข้าพระพุทธเจ้า นายชิด มหาดเล็กวรเดช หลานพระยาประธานนคโรไทยจางวางเมืองอุทัยธานี เดิมได้รับราชการในกระทรวงมหาดไทยเป็นตำแหน่งนายอำเภอ อยู่มลฑลนครชัยศรีข้าพระพุทะเจ้าป่วยเจ็บทุพพลภาพ
จึงกราบถวายบังคมลาออกจากหน้าที่ราชการ ขึ้นมารักษาตัวอยู่บ้านภรรยาที่เมืองกำแพงเพชร ข้าพระพุทธเจ้าได้สืบเสาะหาพระพิมพ์ของโบราณซึ่งมีผุ้ขุดค้นได้ ในเมืองกำแพงเพชรนี้ได้ไว้หลายอย่าง พร้อมพิมพ์แบบทำพระหนึ่งแบบขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวาย
ข้าพระพุทธเจ้าได้สืบถามผู้เม่าผู้แก่ ถึงตำนานพระพิมพ์เหล่านี้ อันเป็นที่เชื่อถือกันในแขวงเมืองกำแพงเพชรสืบมาก่อนได้ความว่า พระพิมพ์เมืองกำแพงเพชรนี้ มีมหาชนเป็นอันมากนิยมนับถือฤาชามาช้านานแล้ว มีคุณานิสงฆ์แก่ผุ้สักการบูชาในปัจจุบัน หรือมีอนุภาพทำให้สำเร็จ สมความปรารถนาแห่งผู้มีไว้สักการบูชาด้วยอเนกประการ” สัณฐานของพระพุทธนี้ตามที่ได้มีผู้พบเห็นมีดังนี้

  1. พระลีลา (ที่ว่าพระเดินอย่างหนึ่ง
  2. พระยืนอย่างหนึ่ง
  3. พระนั่งสมาธิอย่างหนึ่ง

วัตถุที่ทำเป็นองค์พระต่างกันเป็น ๔ อย่าง คือ

  1. ดีบุก (หรือตะกั่ว)
  2. ว่าน อย่างหนึ่ง
  3. เกษรอย่างหนึ่ง
  4. ดินอย่างหนึ่ง

เหรียญหล่อจอบใหญ่ รุ่นแรก หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ธนบุรี ปี๒๔๗๘

เหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ ฉนฺทสโร วัดกำแพง ธนบุรี ปี ๒๔๗๘ นับเป็นเหรียญหล่อแบบโบราณที่มีราคาเช่าหาในเวลานี้ แพงที่สุด เหรียญหนึ่งของวงการพระ มี ๒ พิมพ์คือ พิมพ์จอบใหญ่ มีรูปทรงสัณฐานสี่เหลี่ยม แต่ด้านบนมนเหมือนตัว ก.ไก่ หรือพระซุ้มกอ แต่คนสมัยก่อนดูเหมือนกับ จอบขุดดิน จึงเรียกว่า พิมพ์จอบ และนื่องจากองค์พระมีขนาดใหญ่กว่าเหรียญหล่อทั่วๆ ไป วงการพระในทุกวันนี้ จึงเรียกว่า พิมพ์จอบใหญ่ พระพิมพ์นี้ สำหรับแจกผู้ชาย ส่วน พระพิมพ์เล็ก สำหรับแจกผู้หญิงนั้น รูปร่างไม่เหมือนกับ จอบ จึงไม่ได้เรียกว่า พิมพ์จอบเล็ก หากแต่เรียกว่า พิมพ์รูปไข่ เพราะมีรูปเป็นวงรีเหมือนกับไข่ไก่หรือไข่เป็ดนั่นเอง

วัตถุ มงคลที่ขึ้นชื่อและได้รับความนิยมมากที่สุดของท่าน ได้แก่ เหรียญหล่อ ปี2478 ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมีอายุครบรอบ 75 ปี มี 2 พิมพ์ คือ เหรียญจอบ และเหรียญรูปไข่ ซึ่งทั้งสองพิมพ์นี้จัดว่าได้รับความนิยมมากที่สุด สร้างจากเนื้อโลหะผสมทองเหลือง หลวงพ่อไปล่เมื่อวัยหนุ่มท่านมีความสนใจในทางวิชาอาคม โดยได้เดินทางไปเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่นเรียนทางคงกระพันชาตรีกับพระอาจารย์คง เรียนวิชาผูกหุ่น พยนต์กับหลวงพ่อหรุ่น วัดบางปลา เรียนทางเมตตามหานิยมกับหลวงพ่อพ่วง วัดกก เรียนทางสักยันต์คงกระพันกับหลวงพ่อดิษฐ์ วัดกำแพง พุทธคุณเหรียญหล่อของหลวงพ่อไปล่ จึงขึ้นชื่อว่ามีพุทธคุณสูงในเรื่องมหาอุด คงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม เป็นที่ยอมรับของวงการ และเป็นเหรียญหล่อที่มีค่านิยมสูงสุดเหรียญหนึ่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านบางบอน บางขุนเทียน ว่ากันว่าหากคนวัดกำแพงมีเหรียญวัดหนังแล้ว ถ้าใครมีเหรียญหลวงพ่อไปล่ไปขอแลกเขาจะยอมแลกทันที นี่เป็นความนิยมของเหรียญหลวงพ่อไปล่ซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณครับ

ภาพล่างเป็นองค์ที่เก็บไว้ องค์กลางมีผู้รู้ว่าเป็นไปได้สูง และเรียกว่าพิมพ์ ๓ จุด

เหรียญแผนที่เล็ก หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม สุรินทร์ ปี๒๕๒๒

จัดสร้างโดย ท่านปลัด พิศาล มูลศาตรสาทร (อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย) อดีตนักสะสมพระเครื่องระดับแนวหน้าของวงการ ผู้ล่วงลับ พระเครื่องที่ อดีตท่านปลัดพิศาล สร้างล้วนแล้วแต่ เป็นที่นิยมของวงการ โดยเฉพาะเหรียญหลวงปู่ดุลย์ หลังแผนที่ รุ่นนี้ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม พ่อแม่ ครูอาจารย์ ศิษย์ยุคแรก ของท่านอาจารย์มั่น ภูริตทัตโต เมตตา อธิษฐานจิต ปลุกเสกให้ ตลอดไตรมาส พ.ศ.2522 เป็นอีก ๑ เหรียญยอดนิยม ของท่าน ที่ตอนนี้ มาแรง น่าบูชา ครับ

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ถนนสุขาภิบาล ๕

  1. เหรียญอาจารย์นำ วัดดอนศาลา พัทลุง ปี๒๕๑๙
  2. เหรียญแผนที่เล็ก หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม สุรินทร์ ปี๒๕๒๒
  3. เหรียญหล่อจอบใหญ่รุ่นแรก หลวงพ่อไปล่ ปี๒๔๗๘ เนื้อทองเหลือง
  4. พระสมเด็จจิตรดา เนื้อสีเขียว น่าจะประมาณปี ๒๕๑๐
  5. พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ ยันต์ดวง ฝังตระกรุด
  6. พระหลวงปู่ทวดพิมพ์ใหญ่ เนื้อว่าน ปี๒๔๗๕

เหรียญมังกรคู่ หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ปราจีนบุรี ปี๒๕๑๗

ที่ได้มาเป็นแบบโค๊ตในบล็อกครับเค้าว่านิยม และหายากด้วยนะ

เหรียญมังกรคู่หลวงพ่อเอีย (รุ่นที่ ๑๑) วัดบ้านด่าน หลังมีจารย์ สภาพสวยเดิมครับ มีอีกเหรียญพิมพ์หางชิด (นิยม) สภาพสวยเช่นกัน เหรียญดี ปี๒๕๑๗ ส่วนมากลูกศิษย์จะนิยมโค๊ตในบล๊อกมากกว่าบล๊อกตอกครับ หายากมากๆ นอกจากจะเป็นพวกลูกศิษย์ครับ

พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

ภาพ และเนื้อหาจากเวป

พระผงของขวัญวัดปากน้ำนั้น สร้างโดยพระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงพ่อสด ในรุ่นแรกนั่น สร้างเมื่อปี 2493 โดยให้ช่างหลวงแกะพิมพ์มาถวาย มีทั้งสิ้น 10 บล็อค เจตนาในการสร้างเพื่อ นำปัจจัยไปสร้างอุโบสถ…โดยจะมอบให้แก่ผู้ที่บริจาค 25 บาทขึ้นไป ท่านละ 1 องค์ โดยรับจากมือท่านเอง…

**รุ่น 1 นี้ สร้างทั้งหมด 84,000 องค์ แต่ไม่ได้มีการแจกทั้ง 84,000 องค์ ** เนื่องจากหลวงพ่อ

จะ คัดนำเอาพระที่บิดเบี้ยว…กดไม่ติด…ไม่สวยออก(25บาทสมัยนั้นก็แพงอ่ะคับ) ซึ่งด้วยการที่หลวงพ่อพยายามอยากให้ญาติโยมได้สิ่งที่ดีสมราคานี้เอง หลวงพ่อจึงได้อฐิฐานจิตตามหลักธรรมกายของท่าน อยู่นานกว่าจะได้ผงวิเศษและพระแต่ละองค์…และเป็นผลให้ผู้ที่ได้นำไปใช้เกิดปฏิหารต่างๆมากมาย จน เรื่องเล่าต่อไปปากต่อปากมากมาย…ทำให้พระหมดในเวลาไม่นาน ต่อมาในปี 2494 ท่านก็ได้สร้างพระรุ่น 2 ขึ้นอีก 84,000 องค์เช่นเคยและก็ไม่ได้แจกหมดเช่นเคย…แต่ในขณะที่แจกพระรุ่น 2 นั้นเอง…ชาวบ้านได้มาปรึกษากับท่านด้วยเรื่องที่ พระของท่านนั่นจะเปื่อยยุ่ยเมื่อเปียกน้ำ ทำให้พระเสียหาย(สมัยก่อนไม่มีตลับกันน้ำ) ท่านเลยได้สั่งให้พระลูกวัด..นำพระรุ่น 2 ที่เหลืออยู่ไปเคลือบแล็คเกอร์ให้พระนั่นมีความคงทนมากขึ้น ช่วงหลังจากนั้นหลวงพ่อก็ได้สร้างพระรุ่น 3 ขึ้นโดยให้มีการผสมน้ำมันตั้งอิ๋วมากขึ้นจนเพื่อให้พระแกร่งขึ้น แต่พระรุ่น 3 นี้ มีการนำมาแจกภายหลังหลวงพ่อมรณะภาพทำให้ประชาชนเข้าใจว่าหลวงพ่อไม่ได้เสก… ส่วนปัจจุบันที่เราไม่ได้เห็นพระรุ่น 2 ก็เนื่องจากว่าเรารวมเอามาเรียกเป็นพระรุ่น 1 นั่นเอง

**สำหรับพระที่หลวงพ่อท่านคัดออกไว้ไม่ได้แจกนั่น ภายหลังทางวัดนำออกมาให้ญาติโยมบูชา…เรียกกันว่าพระ”รุ่นตกค้าง” ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า”รุ่น1สภาพใช้”หรือ”รุ่น1ใช้สึก”ซึ่งถ้าผู้อ่านได้พบคำว่า “รุ่น ตกค้าง”ในหนังสือพระเล่มใดจะพบได้ว่ามีราคาเบากว่ารุ่น 3 น่าเก็บยิ่งนักแต่หากเป็น”รุ่น1สภาพใช้”หรือ”รุ่น1ใช้สึก”จะมีราคาแพงกว่า รุ่น 3 เท่าตัวทีเดียว…ดังนั้นแนะนำว่าเจอเมื่อไรก็เก็บกันได้สบายๆคับกับพระ” รุ่นตกค้าง” ที่เล่าๆ มาเป็นเพียง ประวัติการสร้างของพระรุ่น 1-3 อาจจะเร่งๆไปหน่อยช่วงรุ่น 3(ง่วง)

สำหรับ เรื่องหลักในการพิจารณาพิมพ์แล้ว ยากจริงๆคับ ต้องอาศัยหนังสือประกอบ เนื่องจากเฉพาะรุ่น 1ก็10พิมพ์แล้ว แล้วรุ่น 3 อีก 27พิมพ์ได้…ลำบากในการบอกคับอยากช่วยแต่แนะนำหาหนังสือภาพดูสักเล่มจะแจ่ม คับผมเองมีคับ แต่อายจะโชว์คับ เขียนไว้ซะเต็มไปหมดแต่งนู้นเขียนนี้ช่วยจำอ่ะคับ เอาคร่าวๆนะคับ รุ่น 1 ส่วนมากมือดีดน้ำมนต์จะกลมๆสวย ฐานบัวโค้งๆรับแข้งหูจะมีติ่งสั้นบ้างยาวบ้าง ส่วนมากไม่เท่ากัน(มีเท่ากัน1ใน10) หน้ายิ้มได้รูป

๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓

วัชรพล

  1. กริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง
  2. เหรียญมังกรคู่ หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ประจันตคาม ปราจีนบุรี
  3. เหรียญเสมา รุ่นแรกหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว กะหลั่ยทอง ปี๒๕๐๔

(รับพระผงของขวัญ วัดปากน้ำที่ลืม ไม่ได้ใส่มาให้ครั้งก่อน)