Month: July 2011

เรื่องวุ่นๆ กับ 3G

เมื่อยกเลิกการประมูล 3G เนื่องจาก ต้องรอ กสทช มาดำเนินการตามหน้าที่ กทช ซึ่งผลานงบประมาณในการประมูลไปมาก อุสาห์ไปต่างประเทศเชิญชวนให้มาประมูล แต่พอประมูลจริง ต่างชาติประมูลไม่ได้แนะ แล้วท่านไปต่างประเทศเชิญเค้ามาทำไม่ ท่านนะโง่ หรือโกงก็ไม่รู้สบายละซิใช้เงินสบายไป

พอประมูลความถี่ 2100 ซึ่งเป็นความถี่ที่ใช้ได้ในเครื่อง 3G ทุกรุ่น ไม่ได้ ยุ่งละซิ คนที่ได้เปรียบมากๆ คงเป็น TOT เพราะได้ความถี่ 1900 ซึ่งอยู่ในกลุ่มความถี่ 2100 แต่ได้เปรียบไปก็เท่านั้น ก็ TOT ทำอะไรไม่ได้ (หรือทำไม่เป็นก็ไม่รู้ หรือแกล้งโง) ดำเนินการเป็นเต่าอยู่นั้นแหละ

ทั้ง AIS, True, DTAC ก็เริ่มขยับตัวกัน โดยดำเนินการ 3G บนความถี่เดิมที่ทำอยู่แล้ว คือ AIS-900, DTAC-850, True-850 โดย

  • AIS ขอตั้งเสา 3G 1884 ต้น
  • DTAC ขอตั้งเสา 3G 1220 ต้น
  • True มีเสาอยู่แล้ว 656 ต้น

อันที่จริง TRUE โฆษณาว่าบริการ 3G มานานแล้ว จากเสาที่ขอทดสอบ จำนวน 600 ต้นใน กทม. คงเห็นกันอยู่แล้ว ซึ่งผมว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ เอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการ โฆษณาเกินจริงเอาเครือข่ายที่ขอทดสอบมาขายสะงั้น แต่ก็ไม่มีใครออกมาว่ากล่าวอย่างไร

นี่เองเป็นฉนวนให้เกิดการฟ้องร้องกันไปมา ระหว่าง DTAC และ True จนล่าสุด True ก็ฟ้องว่า DTAC เป็นบริษัทต่างชาติ แต่ทำไม่ ไม่มีใครพูดถึง AIS by Temasek บ้าง

Advertisements

การจัดประเภทเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ของไทยในปัจุบัน แบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภท ตามลำดับเกียรติของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

  1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศ
  2. เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน
  3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์พระมหากษัตริย์
  4. เหรียญราชอิสริยาภรณ์ต่างๆซึ่งนับเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์

สำหรับชั้นเหรียญในเครื่องราชอิสริยาภรณ์แต่ละตระกูล ได้กล่าวรวมไว้กับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนั้นๆ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศ คือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ ร.ม.ภ. มีชั้นสายสะพายชั้นเดียว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน มี 8 ชนิด คือ

๒.๑ เครื่องขัติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ม.จ.ก. มีชั้นสายสะพายชั้นเดียว

๒.๒ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ น.ร. มีชั้นสายสะพายชั้นเดียว

๒.๓ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า (บุรุษ)มี ๓ ชั้น ๗ ชนิด ดังนี้

  1. ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ป.จ.ว.ปฐมจุลจอมเกล้า ป.จ.
  2. ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ท.จ.ว.ทุติยจุลจอมเกล้า ท.จ.
  3. ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ต.จ.ว.ตติยจุลจอมเกล้า ต.จ.ตติตานุจุลจอมเกล้า ต.อ.จ.

ฝ่ายใน (สตรี) มี ๔ ชั้น ๕ ชนิดดังนี้

  1. ปฐมจุลจอมเกล้า ป.จ.
  2. ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ท.จ.ว. – ทุติยจุลจอมเกล้า ท.จ.
  3. ตติยจุลจอมเกล้า ต.จ.
  4. จตุตถจุลจอมเกล้า จ.จ.

๒.๔ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี มี ๖ ชั้น ดังนี้ (เฉพาะบุรุษ)

  1. เสนางคะบดี ส.ร.
  2. มหาโยธิน ม.ร.
  3. โยธิน ย.ร.
  4. อัศวิน อ.ร.
  5. เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร ร.ม.ภ.
  6. เหรียญรามมาลา ร.ม.

๒.๕ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มี ๘ ชั้น (ทั้งบุรุษ และสตรี) ดังนี้

  1. มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ม.ป.ช.
  2. ประถมาภรณ์ช้างเผือก ป.ช.
  3. ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ท.ช.
  4. ตริตาภรณ์ช้างเผือก ต.ช.
  5. จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จ.ช.
  6. เบญจมาภรณ์ช้างเผือก บ.ช.
  7. เหรียญทองช้างเผือก ร.ท.ช.
  8. เหรียญเงินช้างเผือก ร.ง.ช.

๒.๖ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย มี ๘ ชั้น (ทั้งบุรุษ และสตรี) ดังนี้ 

  1. มหาวชิรมงกุฎ ม.ว.ม.
  2. ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ป.ม.
  3. ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย ท.ม.
  4. ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ต.ม.
  5. จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย จ.ม.
  6. เบญจมาภรณ์มงกุฏไทย บ.ม.
  7. เหรียญทองมงกุฎไทย ร.ท.ม.
  8. เหรียญเงินมงกุฎไทย ร.ง.ม.

๒.๗ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ มี ๗ ชั้น (ทั้งบุรุษ และสตรี) ดังนี้

  1. ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ป.ภ.
  2. ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ท.ภ.
  3. ตติยดิเรกคุณาภรณ์ ต.ภ.
  4. จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ จ.ภ.
  5. เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ บ.ภ.
  6. เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ ร.ท.ภ.
  7. เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ ร.ง.ภ.

๒.๘ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ

๓. เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์พระมหากษัตริย์ มี ๓ ชนิดคือ

๓.๑ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตรารัตนวราภรณ์ ร.ว. มีฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และมีชั้นเดียว

๓.๒ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราวัลลภาภรณ์ ว.ภ. มีฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และมีชั้นเดียว

๓.๓ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราวชิรมาลา ว.ม.ล. มีเฉพาะฝ่ายหน้า และมีชั้นเดียว

๔. เหรียญราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ ซึ่งนับเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มี ๔ ชนิดคือ

๔.๑ เหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จกล้าหาญ

  1. เหรียญกล้าหาญ ร.ก.
  2. เหรียญชัยสมรภูมิ ช.ส.
  3. เหรียญพิทักษ์เสรีชน ส.ช. ส.ช.๑ ส.ช.๒/๑ ส.ช.๒/๒
  4. เหรียญปราบฮ่อ ร.ป.ฮ.
  5. เหรียญงานพระราชสงครามทวีปยุโรป ร.ส.
  6. เหรียญราชนิยม ร.น.
  7. เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ พ.ร.ธ.
  8. เหรียญศาสนติมาลา ศ.ม.

๔.๒ เหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จในราชการ

  1. เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ร.ม.ด.(ศ).
  2. เหรียญช่วยราชการเขตภายใน ช.ร.
  3. เหรียญราชการชายแดน ช.ด.
  4. เหรียญจักรมาลา ร.จ.ม.
  5. เหรียญจักรพรรดิมาลาร.จ.พ.
  6. เหรียญศารทูลมาลาร.ศ.ท.
  7. เหรียญบุษปมาลาร.บ.ม.
  8. เหรียญลูกเสือสรรเสริญ
  9. เหรียญลูกเสือสดุดี

๔.๓ เหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์

๑.เหรียญรัตนาภรณ์ แต่ละรัชกาลมี ๕ ชั้น

  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ม.ป.ร.
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๕ จ.ป.ร.
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ว.ป.ร.
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ ป.ป.ร.
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๘ อ.ป.ร.
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๙ ภ.ป.ร.

๒.เหรียญราชรุจิ

  • เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๖ ร.จ.ท.๖
  • เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๗ ร.จ.ท.๗
  • เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๙ ร.ท.จ.๙

๔.๔ เหรียญที่พระราชทานเป็นที่ระลึก และเหรียญที่ระลึก

  1. เหรียญสตพรรษมาลา ส.ม.
  2. เหรียญรัชฎาภิเศกมาลา ร.ศ.
  3. เหรียญประพาสมาลา ร.ป.ม.
  4. เหรียญราชินี ส.ผ.
  5. เหรียญทวีธาภิเศก ท.ศ.
  6. เหรียญรัชมงคล ร.ร.ม.
  7. เหรียญรัชมังคลาภิเศก ร.ม.ศ.
  8. เหรียญบรมราชาภิเษก ร.ร.ศ.
  9. เหรียญชัย(เหรียญนารายณ์บันฦาชัย) ร.ช.
  10. เหรียญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ปี ร.ฉ.พ.
  11. เหรียญงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
  12. เหรียญที่ระลึกในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป
  13. เหรียญรัชดาภิเษก
  14. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
  15. เหรียญสนองเสรีชน ส.ส.ช.
  16. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  17. เหรียญที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี
  18. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระชนมายุ ๕๐ พรรษา
  19. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระชนมายุ ๘๔ พรรษา
  20. เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัยพระราชพิธีเฉลิมพระชนมายุ ๖๐ พรรษา
  21. เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดชมหามงคลสมัย พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
  22. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา
  23. เหริยญกาชาดสรรเสริญ
  24. เหรียญกาชาดสมนาคุณ

เหรียญจิ๊กโก๋ใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ปี๒๕๐๖

ReplyID0265337-PIC1

ท่านเจ้าคุณราชโมฬี วัดพระเชตุพน ท่านได้ปรารภกับหลวงพ่อเงินขอตั้ง “มูลนิธิ” ของหลวงพ่อขึ้นไว้สักทุนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อก็เห็นชอบด้วยเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างมูลนิธิคราวนี้ ท่านเจ้าคุณได้ออกแบบให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์เหรียญ 3 ขนาด สำหรับแจกจ่าย คือ

เหรียญกลมมีรูปหลวงพ่ออยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพัดยศ สร้างครั้งแรกในงานฝังลูกนิมิตวัดพระงาม อำเภอเมือง นครปฐม ซึ่งหลวงพ่อเป็นประธานในการสร้างอุโบสถหลังนี้ เหรียญนี้ นายเอนก ศิริสัมพันธ์ เป็นช่างแกะออกแบบ แล้วให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์หมื่นองค์ ใช้วัสดุทองคำ นาก เงิน และนิเกิล เฉพาะนิเกิลจำนวนพิมพ์หมื่นองค์ งานฝังพัทธเสมาคราวนั้นได้เงินถึง 8 แสนเศษ ซึ่งไม่คาดหมายมาก่อน เหรียญรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า “หลวงพ่อเงินแปดแสน”

ส่วนอึก ๒ เหรียญ เป็นเหรียญใหญ่ และเหรียญเล็ก ลักษณะเดียวกัน คือมีรูป หลวงพ่อด้านหน้า กับมี “โคกยายหอม” อยู่ด้านหลัง สร้างในคราวมีการทอดกฐินสามัคคี ซึ่ง พลเอก จิตติ นาวีเสถียร เป็นประธาน เมื่อปี 2506

โดยที่เหรียญ 3 แบบนี้ มีความงดงามมาก จึงได้มีผู้นิยมแพร่หลายไม่แพ้พระรุ่นอื่น ๆ มีข้อที่น่าสังเกตประการหนึ่ง คือ พระที่หลวงพ่อสร้างไม่ว่าจะแบบใดรุ่นใด ได้ระบาดไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อพบนักเลงพระ ถ้าถามหาพระหรือเสมาของหลวงพ่อเป็นมีให้ชมทั้งนั้น เหรียญและเสมาที่สร้างโดยโรงกษาปณ์นี้ มีแบบและลวดลายประณีตมาก (ภาพ และข้อความจากเวป)

ที่ได้มาเป็นเนื้อออกสีทอง น่าจะเป็นเนื้อนาคมากกว่า

เหรียญ หลวงพ่อเพชร วัดอัมพวัน เหรียญรุ่นแรก ปี๒๔๖๗

2011-03-207

หลวงพ่อเพชร วัดอัมภวัน เกาะพงัน สุราษฎร์ธานี ปี ๒๔๖๗  เหรียญรุ่นแรกเป็นตำนานไปแล้วครับ เป็นเหรียญเกจิเหรียญแรกของภาคใต้ และเป็นเหรียญตายที่แพงที่สุดของภาคใต้ แค่ได้ชมก็ยากเต็มที ผมได้มาเป็นเหรียญทองแดง สภาพสวยขอบแบบขอบเลื้อยครับ ดีด้านเมตตา แคล้วคลาด

ที่ว่าเป็นเหรียญตายคือ มีการเปลี่ยนมือน้อยมาก และนับเหรียญแท้ได้คือว่ามีน้อย ราคาเหรียญอยู่ระดับล้านต้น ถึงกลาง ดังนั้นในตลาดจึงมีเหรียญเสริมจำนวนมากด้วย ในภาพเป็นเหรียญที่ผมเกีบมาจาก คนแก่เจ้าของอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว สภาพสวยมาก จะจริงเสริม ผมก็คงจะเก็บเป็นที่ระลึก หลวงพ่อเพชรมีคนว่าเป็นอาจารย์ หลวงพ่อแดง ติสฺโส วัดแหลมสอ เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ด้วยนะครับ ภาพด้านล่างมาจากเวป ถ่ายจากหนังสือ

showimage

ต่อเติมอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา

P10_home_url

(จากเวป นสพ. เดลินิวส์ 18 กรกฎาคม 2554)

โดยทั่วไปคนมักเข้าใจว่า การต่อเติมบ้านก็คือการเพิ่มพื้นที่ของบ้านขึ้นมาเฉย ๆ แต่ที่จริงเราต้องเปรียบให้เหมือนกับการปลูกบ้านเล็ก ๆ อีกหลังขึ้นมาข้างบ้านเก่าเลยทีเดียว ปัญหาที่มักพบในการต่อเติมบ้านก็คือการทรุดตัวของบ้าน ซึ่งนอกจากการเห็นรอยแตกร้าวที่ภายนอกแล้ว ยังอาจส่งผลถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็น อย่างปัญหาหลังคารั่วซึม หรืองานท่อและงานระบบต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นในการต่อเติมบ้านจึงควรพิจารณาเรื่องต่าง ๆ พร้อมไปด้วย ดังนี้

  1. ต้องใช้เสาเข็มที่มีความยาวเท่ากับอาคารเดิมหรือยาวกว่าประมาณ 2 เมตร ไม่ว่าจะต่อเติมบ้านออกไปเป็นจำนวนชั้นเท่ากับอาคารเดิมหรือเพียงแค่ชั้นเดียวก็ตาม เพราะไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยปลายของเสาเข็มที่รองรับส่วนต่อเติมจะต้องอยู่บนชั้นดินเดียวกับอาคารเดิม จึงจะทำให้การทรุดตัวไม่แตกต่างกันมากนัก และถ้าเป็นไปได้ควรใช้เสาเข็มชนิดเดียวกัน เพราะเสาเข็มแต่ละชนิดถึงจะระบุไว้ว่ารับน้ำหนักเท่ากัน แต่ก็จะมีอัตราการทรุดตัวไม่เท่ากัน
  2. ต้องแยกโครงสร้างอาคารเดิมกับโครงสร้างส่วนต่อเติมให้ออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะถึงแม้ว่าจะใช้เสาเข็มชนิดเดียวกัน มีความยาวเท่ากันแต่อัตราการทรุดตัวของอาคารใหม่ก็จะมีมากกว่าอาคารเก่าอยู่ดี และเมื่อเราแยกโครงสร้างออกจากกันแล้ว ก็จะเกิดเป็นร่องเล็ก ๆ ตลอดแนว หากรอยต่อนั้นอยู่ภายในอาคารก็ให้ใช้วิธียาแนว เพื่อปิดช่องระหว่างรอยต่อนั้น ๆ ด้วยซิลิโคน และให้หมั่นตรวจสอบสภาพซิลิโคนเหล่านั้นอยู่เสมอเพื่ออัดฉีดใหม่เมื่อซิลิโคนเสื่อมสภาพ หรือถ้าอยู่ภายนอกอาคาร ก็อาจออกแบบให้เป็นทางระบายน้ำแล้วโรยกรวดหรือหินสีเพื่อตกแต่งและปิดรอยต่อไปในตัว
  3. ในกรณีที่จุดเชื่อมต่อเป็นหลังคา ต้องแยกโครงสร้างเช่นเดียวกับจุดเชื่อมต่ออื่น ๆ ทำปีกนกเพื่อบังน้ำฝนบริเวณรอยต่อ และไม่ควรให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของหลังคาของส่วนต่อเติมอยู่สูงกว่าหลังคาของอาคารเดิม เพราะอย่างไรก็ตามส่วนต่อเติมก็จะมีอัตราในการทรุดตัวสูงกว่าอาคารเดิม และหากมีฝ้าเพดานภายในก็ควรใช้วิธีการเล่นระดับลดหลั่นหรือดร็อปฝ้าเพดานเพื่อซ่อนรอยต่อ
  4. หลีกเลี่ยงการเดินงานระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบประปา ด้วยวิธีการซ่อนในโครงสร้างผ่านบริเวณจุดเชื่อมต่อดังกล่าว หากจำเป็นควรใช้วิธีการเดินระบบแบบระบบลอยเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ง่าย และใช้ข้อต่อชนิดที่ยืดหยุ่นได้ (ข้ออ่อน) เพื่อช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่ออาคารเกิดการทรุดตัว

คนส่วนใหญ่มักมองว่าการต่อเติมบ้านเป็นเรื่องไม่ยาก เมื่อพูดคุยกับผู้รับเหมาหรือช่างก็สามารถต่อเติมได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การต่อเติมบ้านเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ที่ยุ่งยากตามมาได้ง่าย ดังนั้นเมื่อคิดจะต่อเติมบ้านควรต้องปรึกษาสถาปนิกหรือวิศวกรก่อนจะลงมือต่อเติมเสมอ.

บ้านและสวน

พระหลวงพ่อจุก กรุวัดพระศรีมหาธาตุ ลพบุรี

_MG_0184

(เนื้อเรื่องจาก นสพ. คม ชัด ลึก ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ สำหรับภาพเป็นพระผมเองครับ)

พระกรุอีกองค์ของ อู๊ด สุพรรณ คือ พระหลวงพ่อจุก เนื้อดินเผา กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี ชื่อพระพิมพ์นี้ฟังดูเหมือนกับชื่อของพระเกจิอาจารย์ แต่ความจริงเป็นชื่อเรียก พระพุทธรูป ที่มีพระรัศมีเป็นกรวยสูงเด่น คล้ายกับ ผมจุก ผู้ที่พบเห็นในครั้งแรก จึงเรียกชื่อพระพิมพ์นี้ว่า พระหลวงพ่อจุก สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้พระพิมพ์นี้มีพุทธลักษณะแตกต่างไปจากพระพิมพ์อื่นๆ ของกรุวัดพระศรีฯ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร ที่นับถือศาสนาพุทธแบบมหายาน พุทธศิลป์จึงมีความเข้มแข็ง ดุดัน ถมึงตึง แต่ พระหลวงพ่อจุก กลับมีพุทธลักษณะสำรวม อ่อนโยน สงบนิ่ง แสดงความเมตตากรุณา อันเป็นลักษณะของ พุทธศิลป์แบบเถรวาท เชื่อกันว่าพระพิมพ์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลังกา ขณะเดียวกัน เม็ดพระศกของพระพิมพ์นี้มีลักษณะเรียงติดกันเป็นเส้นตามแนวนอน ที่เรียกกันว่า ผมเวียน จึงน่าเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียภาคใต้ ที่เรียกว่า ศิลปะโจฬะ ตอนปลาย สกุลช่างนาคปัฏฏินัม (ราวคริสต์ศตวรรษที่ ๖-๘) นับเป็นจุดเด่นของ พระหลวงพ่อจุก ที่น่าสนใจศึกษา แม้ว่าองค์พระจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ กว้างประมาณ ๓.๕ ซม. สูงประมาณ ๖.๕ ซม.ไม่สะดวกในการแขวนติดตัวไปไหนมาไหน ก็น่าสะสมเอาไว้ศึกษาเนื้อหามวลสาร และพิมพ์ทรงองค์พระที่มีคุณค่าทางด้านพุทธศิลป์เป็นอย่างยิ่ง (พระพิมพ์นี้มีทั้งเนื้อดิน และเนื้อชิน)