"๒๕-๓๐ ล้านบาท!"ค่านิยมล่าสุด…พระปิดตาหลวงปู่แก้ว

คัดลอกจาก นสพ.คม ชัดลึก วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ โดย ไตรเทพ ไกรงู

“พระปิดตา” มีลักษณะเด่น คือ พระอ้วนลงพุง พระกรหรือมือปิดส่วนต่างๆ เช่น ใบหน้า หู สะดือ และทวาร ซึ่งเป็นการสร้างจำลองลักษณะของ “พระภควัมบดี” หรือ "พระภควัมปติ" อันเป็นอีกนามหนึ่งของพระสังกัจจายน์ โดยมีคติความเชื่อว่า "มีพุทธคุณในเรื่องคงกระพันมหาอุตม์ เมตตาค้าขาย และเสริมสิริมงคลแก่ผู้บูชา"

ในจำนวนพระปิดตาของพระเกจิอาจารย์แต่โบร่ำโบราณที่ขึ้นชื่อลือเลื่องจากหลายๆ สำนัก พระปิดตาเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นสุดยอดของพระปิดตาด้วยกันก็คือ "พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี" ซึ่งเป็นสุดยอดพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ทั้งนี้เมื่อ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา มีการเช่าซื้อพระปิดตาหลวงพ่อแก้วเป็นข่าวสนั่นวงการพระเครื่อง คือ  พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ ๒ องค์ ในราคา ๒๕ ล้านบาท และ ๓๐ ล้านบาท

ประวัติการเกิดของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ไม่ได้มีหลักฐานบันทึกเอาไว้แน่นอน มีแต่เรื่องราวบอกกล่าวของลูกศิษย์ในยุคอดีต เล่าต่อๆ กันมาว่า เดิมท่านเป็นชาว จ.เพชรบุรี เกิดในราวๆ พ.ศ.๒๓๔๐ และมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๑ ทั้งนี้ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายประเภท หลายแบบพิมพ์ มีทั้งรูปแบบพระสังกัจจายน์ และรูปแบบพระปิดตา ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากเป็นที่สุด

วงการพระจึงได้จัดพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ให้อยู่ในชุดเบญจภาคีอันดับ ๑ ในพระชุดปิดตา และได้กำหนดแบบพิมพ์มาตรฐานสากล ได้รับความนิยมทั่วไป มีดังนี้

  1. พระปิดตา พิมพ์ใหญ่
  2. พระปิดตา พิมพ์กลาง และ
  3. พระปิดตา พิมพ์เล็ก

ส่วนด้านหลังองค์พระทั้ง ๓ พิมพ์นี้ เท่าที่พบเห็นมี ๓ แบบ ๓ พิมพ์เช่นกัน คือ

  1. เป็นแบบหลังรูปพระปิดตา (หลังแบบ)
  2. เป็นแบบหลังยันต์
  3. เป็นแบบหลังเรียบ หรือหลังเบี้ย

พระปิดตาหลวงปู่แก้วเป็นพระที่สร้างมายุคเดียวกับพระสมเด็จวัดระฆัง อายุการสร้างประมาณ ๑๕๐-๑๘๐ปี ขณะเดียวกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า เป็นพระเครื่องที่ขึ้นชื่อว่าพุทธคุณสุดยอดของมหาเสน่ห์ สูงสุดกว่าพระเครื่องทุกชนิด ถ้าไม่มีพุทธคุณจริงสมคำร่ำลือใครจะกล้าไปเช่าองค์ละ ๒๕-๓๐ ล้านบาท”

นี้เป็นคำอธิบายของ นายสมภพ ไทยธีระเสถียร หรือ อั๊ง เมืองชล อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ประธานชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์ไทย คนล่าสุด และหนึ่งในกรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี ที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมาเกือบ ๔ ทศวรรษ

อั๊ง เมืองชล ยังบอกด้วยว่า ความเป็นเมตตามหานิยมของพระปิดตาหลวงปู่แก้ว ถึงกับมีเรื่องเล่ากันว่า ในสมัยโบราณหากใครทำพระปิดตาตกลงไปในตุ่มน้ำ หากใครได้กินน้ำเข้าไปจะคิดถึงแต่คนที่เป็นเจ้าของพระ เพราะการสร้างของท่านได้ใส่ไม้ไก่กุก หรือ ไม้กุ๊กไก่ไว้เป็นมวลสารส่วนผสมสำหรับสร้างพระ โดยท่านได้ไม้ไก่กุกระหว่างออกเดินธุดงค์ ซึ่งหากไก่ตัวใดกินไม้ชนิดนี้เข้าไปจะไม่ยอมไปไหน จะหากินอยู่แต่ใกล้ไม้ไก่กุกเท่านั้น

สำหรับค่านิยมในการเช่าพระปิดตาทั้ง ๒ องค์นั้น เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ ราคาอยู่ที่ประมาณ ๒-๓ แสนบาท จากนั้นค่านิยมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๕๕๐ มีการเช่าซื้อกันในราคา ๑๕ ล้านบาท และล่าสุดทั้ง ๒ องค์มีการเช่ากันในรอบ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา คือ องค์หนึ่ง ๒๕ ล้านบาท และ ๓๐ ล้านบาท ค่านิยมพระปิดตาหลวงปู่แก้วระดับนี้มีอยู่ไม่เกิน ๑๐ องค์ ที่หมุนเวียนกันอยู่ในวงการพระเครื่อง ส่วนองค์อื่นๆ หากเป็นของแท้ก็ต้องไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาทเช่นกัน

“ช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมานี้ มีใบสั่งซื้อพระปิดตาหลวงปู่แก้ว ทั้งเศรษฐีและเซียนพระชนิดที่เรียกว่า เซียนหาให้ไม่ทัน เมื่อแย่งกันเช่าราคาจึงสูงขึ้น และหากการเมืองสงบ เศรษฐกิจดี อีก ๒-๓ ปีข้างหน้า พระทั้ง ๒ องค์นี้น่าจะขยับไปถึงหลัก ๔๐-๕๐ ล้านบาท และเท่าที่รู้คนเช่าเพื่อไปแขวน มิได้เช่าเพื่อฝากเก็บไว้ในเซฟของธนาคาร” อั๊ง เมืองชล กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเช่าพระปิดตาองค์เดียวในราคา ๒๕-๓๐ ล้านบาท คนทั่วๆ ไป โดยเฉพาะคนที่อยู่นอกวงการพระเครื่องอาจจะมองว่า “งมงาย ไม่รู้จักใช้เงิน” ทั้งนี้ อั๊ง เมืองชล พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “คนกรุงเทพย่อมรู้ว่าที่ดินย่านสีลมตารางวาละ ๗ แสนบาท ๑๐๐ ตารางวาซึ่งท่ากับ ๑ งานก็ปาไป ๗๐ ล้านบาท คนบ้านนอก คนต่างจังหวัดอาจจะมองว่าที่ ๑ งานจะเอาไปทำอะไรได้ คนมีปัญญาเท่านั้นที่จะรู้ว่า ที่เท่านี้มันสร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่ ๑๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ในต่างจังหวัด พระเครื่องก็เช่นกัน คนรู้คุณค่าเท่านั้นถึงกล้าซื้อ ที่สำคัญคือ เป็นพระแท้พระยอดนิยมเก็บไว้ไม่มีขาดทุน”

เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก

พระปิดตา เข้าใจกันว่า มาจากคติการสร้างพระเครื่องของเขมร เผยแพร่เข้าสู่การสร้างพระเครื่องไทย เท่าที่ค้นได้มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อกันว่าพระปิดตาน่าจะหมายแทนถึง พระอรหันต์อาวุโสองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้าที่มีพระนามว่า "พระควัมปติเถระ"

พระภควัมบดี ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์-ปุโรหิต แห่งเมืองอุเชนี เนื่องจากวรรณะงดงามดั่งทอง จึงได้รับการขนานนามว่า “กาญจน” ได้ศึกษาไตรเทพจนเจนจบ และเป็นพราหมณ์ปุโรหิตแทนบิดา ในสมัยพระเจ้าจันทร์ปัตโชติ ต่อมาได้มีโอกาสได้ฟังธรรมในสำนักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดความเลื่อมใสและศึกษาธรรมจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ และอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุสัมปทา (พระพุทธเจ้าทำการบวชให้) ท่านเป็นพระอรหันต์สมัยพุทธกาล มีพุทธลักษณะงดงามละม้ายคล้ายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอัครสาวกรูปหนึ่งที่เพียบพร้อมไปด้วยความเฉลียวฉลาด สามารถอธิบายธรรมได้เยี่ยมยอดแจ่มแจ้ง กว่าพระสาวกองค์อื่นๆ

นอกจากนี้ท่านยังมีรูปร่างและผิวกายงดงามมาก จนได้ชื่อว่า "พระภควัมปติ" อันมีความหมายว่า "ผู้มีความงามละม้ายเหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้า" ด้วยเหตุที่ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดอยู่เนืองๆ ไม่เว้นแม้เทวดายังสรรเสริญ ท่านเห็นว่าหากปล่อยไว้ต่อไปจะเป็นการไม่สมควร หรือเกิดความมัวหมองต่อองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น พระภควัมบดี จึงอธิษฐานจิตให้ร่างกลายเปลี่ยนเป็นอ้วน เตี้ย พุงพลุ้ย ดูน่าเกลียด จวบจนนิพพาน

ทั้งนี้ อั๊ง เมืองชล ได้จัดอันดับค่านิยมพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักชุดเบญจภาคี ที่นักเลงพระจัดลำดับกันไว้นั้น มีดังนี้:

  1. พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเคลือวัลย์ จ.ชลบุรี
  2. พระปิดตาหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข) กทม. ค่านิยมเช่าหาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท
  3. พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
  4. พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี ค่านิยมเช่าหาไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านบาท
  5. พระปิดตาหลวงปู่ภู่ วัดนอก ค่านิยมเช่าหาไม่ต่ำกว่า ๓-๕ ล้านบาท และ
  6. พระปิดตาหลวงพ่อเจียม วัดกำแพง จ.ชลบุรี ค่านิยมเช่าหาไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท

ผมได้พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลังแบบ ฝังตระกุด ทองคำ ๕ ดอก เนื้อดูเหมือนเนื้อกะลาเก่า ราคาคงมากโขครับ

One thought on “"๒๕-๓๐ ล้านบาท!"ค่านิยมล่าสุด…พระปิดตาหลวงปู่แก้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s