Month: August 2011

ตำหนิเหรียญถวายภัตตาหาร หลวงพ่อวัดปากน้ำ ปี2501

(คัดลอกภาพ และข้อความจากเวป) เหรียญถวายภัตตาหาร หลวงพ่อวัดปากน้ำ
               
                 
                                                        
                                                           ตำหนิ
               ด้านหน้า
               1.เม็ดไข่ปลาใต้หูเหรียญมีเส้นเชื่อม
               2.หลังคาตัว ค. มีติ่งแหลมแทงขึ้น
               3.เหนือสระ เอ มีติ่งแหลมเล็กๆแทงขึ้น
               4.ติ่งแหลมใต้ตัว พ.
               5.ติ่งแหลมใต้ตัว น.
               6.เส้นผมหลายเส้นขีด เป็นเส้นเฉียงขนานกัน
               7.เส้นผมข้างขมับซ้ายหลวงพ่อ มีสองเส้นใหญ่ขนานกัน
               8.มีเส้นปากล่างทั้งสองข้าง
               
               ด้านหลัง
               1.ขีดล้นที่สระ "า"
               2.จุดเล็กๆ ที่ศูนย์กลางดวงธรรม
               3.เส้นติ่งใต้หัวตัว "ภ"
               4.สระอี ล้นที่ด้านข้าง

                                                                                                              

"เหรียญหลวงพ่อสด รุ่นถวายภัตตาหาร" เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของหลวงพ่อ
คณะ ศิษยานุศิษย์เป็นผู้จัดสร้างใน พ.ศ.๒๕๐๑ เมื่อครั้งหลวงพ่อสดดำรงสมณศักดิ์เป็น "พระมงคลเทพมุนี" เพื่อแจกแก่พุทธศาสนิกชนผู้ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสามเณรในวัด โดยหลวงพ่อสดปลุกเสกด้วยวิชาธรรมกาย อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์จึงไม่แตกต่างจากพระผงของขวัญ
                        
ชนิดที่สร้าง เนื้อเงิน เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง
                        
ลักษณะ เป็นเหรียญรูปไข่ หูในตัว พิมพ์ด้านหน้าขอบโดยรอบยกเป็นเส้นลวดนูนชั้นเดียว และมีจุดไข่ปลาล้อมอยู่อีกชั้นหนึ่ง ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อสดหน้าครึ่งองค์ มีอักษรไทยด้านบนว่า "พระมงคลเทพมุนี" ส่วนพิมพ์ด้านหลังตรงกลางเป็น "ดวงปริศนาธรรมกาย" ประกอบด้วยอักขระขอมอ่านว่า "สัมมาอรหํ" มีอักษรไทยล้อมรอบว่า "ที่ระลึกในการถวายภัตตาหาร วัดปากน้ำภาษีเจริญ ธนบุรี"

เหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติพิมพ์ขอเบ็ด : พระองค์ครู ไตรเทพ ไกรงู

"เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒" ข่าวการเช่าหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จากชาวบ้านที่อยุธยา ในราคา ๒.๕ ล้านบาท จนในที่สุดมาอยู่ที่นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่อเหรียญพระคณาจารย์โดยเฉพาะ อยู่ได้เพียงไม่กี่วันก็มีผู้มาขอซื้อเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติต่อไปอีกในราคา ๖ ล้านบาท นับเป็นเหรียญพระเกจิอาจารย์ที่มีการซื้อขายกันในราคาแพงที่สุดของวงการพระ เมืองไทย ลบสถิติของเหรียญยอดนิยมทั้งหมด

ล่าสุดมีเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ พิมพ์ขอเบ็ด เข้าสู่สนามพระเครื่องในราคากว่า ๑๐ ล้านบาท ชนิดที่ บอย ท่าพระจันทร์ ยอมรับว่าเป็นเหรียญที่สวยสมบูรณ์ที่สุดในจำนวนเหรียญที่เคยเห็นมาเกือบร้อย เหรียญ ซึ่งขณะนี้มีการประเมินค่านิยมหากผู้ใดอยากครอบครองต้องใช้เงินอย่างน้อย ๑๕ ล้านบาท

ค่านิยมในปัจจุบัน ในเหรียญเงินหน้าทองและหน้านากเท่านั้นพบเจอในวงการ การเปลี่ยนมือกันค่อนข้างน้อย แต่ที่แน่ๆ ในเหรียญสวยๆ ต้องมีเงินไม่ตำกว่า ๕ ล้านบาทอย่างแน่นอนรสร้างเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ วัดสร้างเพื่อนำปัจจัยไปซ่อมแซมอุโบสถที่เก่าและชำรุดมากใน พ.ศ. ๒๔๖๙ ด้านหน้าระบุไว้ว่า "หลวงพ่ออุปัชฌาย์ กลั่น วัดพระญาติ" "พ.ศ. ๒๔๖๗" ด้านหลังระบุ "ที่รฤกในการปฏิสังขรณ์อุโบสถ"

ในการสร้างคราวนั้น มีการสร้างเหรียญหลวงพ่อกลั่นเนื้อ พิเศษคือ เงินหน้าทอง ประมาณ ๑๒ เหรียญ เงินหน้านาก ประมาณ ๒๕ เหรียญ เงินประมาณ ๑๐๐ เหรียญ เหรียญทองแดงมีประมาณ ๓,๐๐๐ เหรียญ และในสมัยนั้นมีการจัดให้ทำบุญคือ เงินหน้าทองทำบุญ ๑๕ บาท ได้รับ ๑ เหรียญ และเงินหน้านากทำบุญ ๑๐ บาท ได้รับ ๑ เหรียญ เงินล้วนทำบุญ ๕ บาท ได้รับ ๑ เหรียญ ส่วนทองแดง ทำบุญ ๑ บาท ได้รับ ๑ เหรียญ เงินทำบุญทั้งหมดนำไปซ่อมแซมอุโบสถ

สำหรับจำนวนการ สร้างเหรียญแต่ละชนิดนั้น มีอยู่ในบันทึกวัดพระญาติ โดยหลวงพ่ออั้น เจ้าอาวาสองค์ถัดมา ซึ่งหลวงพ่ออั้นเป็น ผู้ดำเนินการจัดสร้างให้หลวงพ่อกลั่นปลุกเสก

เหรียญหลวงพ่อกลั่นที่ นิยม เขาเรียกกันว่า รุ่น "ขอเบ็ด" เนื่องจากปลายยันต์ด้านหลัง มีลักษณะคล้ายๆ "ขอเบ็ดตกปลา" พบในเหรียญรุ่นแรก ซึ่งสร้างในปี ๒๔๖๙ เพียงรุ่นเดียว เหรียญรุ่นนี้มีการทำปลอมมากที่สุด ด้วยเหตุที่ราคาสูงถึง ๒-๓ ล้านบาท

พุทธคุณ แคล้วคลาด คงกระพันเมตตามหานิยม แต่ที่ดังสุดๆ ของท่านคือ ความเหนียว

(คัดลอกจากเวปหนังสือพิมพ์ คม ชัดลึก วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๔)

เหรียญพระพุทธหลักล้าน : ชั่วโมงเซียน โดยบอยท่าพระจันทร์

"เหรียญพระพุทธ" คือเหรียญที่จำลองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนนับถือลงบนเหรียญ พระพุทธรูปที่มีการสร้างเป็นเหรียญอันดับต้นๆ เช่น

  1. หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา 
  2. หลวงพ่อพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
  3. หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา
  4. หลวงพ่อมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา
  5. หลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท และ
  6. หลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นต้น

_MG_3626_MG_3627

ในจำนวนเหรียญพระพุทธทั้งหมด สุดยอดแห่งความแพงต้องยกให้ เหรียญหลวงพ่อโสธร รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๐ ที่นับเป็นสุดยอดวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร และถือได้ว่าเป็นเหรียญพระพุทธที่ มีราคาแพงที่สุดในประเทศ สร้างขึ้นในสมัยพระอาจารย์หลิน (รักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร) โดย ขุนศิริราชภักดี (เล้ง สันธนะกุล) มัคนายก เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อสมนาคุณผู้บริจาคซ่อมฐานชุกชีหลวงพ่อโสธร

เหรียญพระพุทธโสธร รุ่นแรก เป็นเหรียญพิมพ์ทรงอาร์ม ข้างเลื่อย มีชนิดเนื้อโลหะ ๔ ชนิด คือ ทองคำ ปัจจุบันค่านิยมกว่า ๑๐ ล้านบาท เนื้อเงินค่านิยม ๒-๓ ล้านบาท เนื้อสัมฤทธิ์ค่านิยมประมาณ ๔-๗ ล้านบาท และเนื้อทองแดงค่านิยมประมาณ ๓-๕ ล้านบาท

เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท จัดสร้างขึ้นใน พ.ศ.๒๔๖๑ สำหรับเหรียญรุ่นแรก อย่างเหรียญนี้ และที่สำคัญ คือ ได้รับการอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวจากยอดพระเกจิอาจารย์ ของเมืองไทย นั่นคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระอาจารย์ของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ ถ้าเป็นเนื้อทองคำ ค่านิยมประมาณ ๖-๗ ล้านบาท แต่ถ้าเป็นเนื้อเงินค่านิยมประมาณ ๔ แสนบาท ส่วนเนื้องทองแดงประมาณ ๒ แสนบาทเท่านั้น

เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง มีการจัดสร้างเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการจารึก พ.ศ. ที่สร้างไว้ในเหรียญก็ตาม แต่รู้กันเป็นนัย ว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ พร้อมกับเหรียญหลวงพ่อพุทธโสธร พ.ศ.๒๔๖๐ ค่านิยมประมาณ ๒ ล้านบาท

_MG_3618_MG_3619

เหรียญหลวงพ่อพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก หลังอกเลา สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ เพื่อแจกแก่ผู้ที่มานมัสการพระพุทธชินราช และร่วมทำบุญที่วัด เพื่อให้ท่านที่เคารพและนับถือ ได้นำไปบูชาติดตัว เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลและคุ้มครองป้องกันภัยแด่ผู้มีไว้บูชา มีด้วยกัน ๒ เนื้อ คือ เนื้อเงินและเนื้อทองแดง ต่างก็หายากด้วยกันทั้ง ๒ เนื้อ ค่านิยมทั้ง ๒ เนื้อประมาณ ๑-๒ ล้านบาท

เหรียญพระนิรันตราย ๒๔๙๕ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงในรัชกาลที่ ๔ กทม. ได้ชนวนเก่าจากหลายๆ ที่ และมีพระเกจิอาจารย์ยุคก่อนปี ๒๕๐๐ หลายท่านร่วมพิธีปลุกเสก เช่น ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา หลวงพ่อกึ๋น วัดดอนยานนาวา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และพระคณาจารย์ร่วมสมัยอีกมากมายหลายท่าน  จัดเป็นพิธีหลวงที่ใหญ่มากในสมัยนั้น ค่านิยมของเหรียญรุ่นนี้ประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

เหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างใน พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๓ มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงไม่มีกะไหล่ และเนื้อเงินไม่มีกะไหล่ ลักษณะของเหรียญ เป็นเหรียญรูปไข่ใหญ่ มีห่วงเชื่อม และเป็นเหรียญปั๊ม

เหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร รุ่นแรกนี้เชื่อกันว่าพิธีการปลุกเสกในพระวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เป็นประธานให้พิธีปลุกเสก นอกจากนี้ยังได้นิมนต์พระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น มาเข้าร่วมพิธีด้วย เช่น หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ  หลวงพ่ออ่ำ (พระพุทธวิหารโสภณ) วัดวงษ์ฆ้อง หลวงพ่อวัดพนัญเชิง หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ  เป็นต้น ค่านิยมของเหรียญรุ่นนี้ประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

ส่วนเหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี (เหรียญทองคำ) เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางตะบูน มีประวัติความเป็นมาคล้ายกับหลวงพ่อพระพุทธโสธร เหรียญรูปพระพุทธของวัดเขาตะเครา มีการสร้างกันมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นมา

พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ

การจัดสร้างพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ถือว่าสุดยอดแห่งประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่อง พิธีจัดสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์เป็น ราชธานี มาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีพิธีใดจะยิ่งใหญ่เท่า

มีพระเกจิ อาจารย์ร่วมสมัยจำนวนมาก เรียกว่ารูปใดดัง มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ก็นิมนต์มาปลุกเสกทุกวัด เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย) วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม พระครูทิวากรคุณ (หลวงปู่กลีบ) วัดตลิ่งชัน พระครูโสภณกัลยานุวัตร (หลวงพ่อเส่ง) วัดกัลยาณมิตร ฯลฯ พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ จึงขึ้นชื่อว่าน่าใช้ น่าเก็บ และน่าหามาบูชาอย่างยิ่ง

ส่วนเนื้อทองคำ มีการจัดสร้างเพียง ๒,๕๐๐ องค์ เพื่อให้สอดคล้องกับปีการจัดสร้าง คือ พ.ศ. ๒๕๐๐ ใช้ทองคำหนักประมาณ ๖ สลึง โดยใช้วิธีสั่งจองล่วงหน้า ๑,๐๐๐ บาท ส่วนเงินสมทบทุนจริง ๒,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ ผู้สั่งจองชำระเงินอีก ๑,๕๐๐ บาท หรือจะชำระคราวเดียว ๒,๕๐๐ บาทก็ได้  ปัจจุบันมีค่านิยมประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการจัดสร้างพระ เพื่อเป็นการสมนาคุณกับผู้ร่วมทำบุญอีกด้วย คือ พระเนื้อทองคำหนัก ๑ บาท อีก ๑๕ องค์ มอบเป็นที่ระลึกให้ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล ๑๐,๐๐๐ บาท ในครั้งนั้นมีผู้สมบททุนสร้าง ๑๕ ราย

ส่วนเนื้อนากนั้นมีการจัดสร้าง ๓๐ องค์ หนัก ๑ บาท เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกสำหรับผู้ทำบุญ ๕,๐๐๐ บาท มีผู้ทำบุญ ๓๐ ราย ในขณะที่ผู้ทำบุญ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับมอบพระเนื้อเงิน ๑ องค์ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมทำบุญ ๓๐๐ ราย

แต่เนื่องจากจำนวนสร้างมีมากเป็นล้านองค์ ทำให้พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ บางเนื้อยังคงมีเหลืออยู่ที่พุทธมณฑล ในขณะเดียวกัน พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ ในตลาดพระก็ยังมีการเช่าบูชากันในราคาที่ไม่แพงนัก ยกเว้นพระเนื้อพิเศษ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน หรือดินเผาสีแปลกๆ องค์สวยคมชัดมาก ก็อาจจะมีราคาแพงกว่าองค์ธรรมดา

(คัดลอกจากเวปหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ประจำวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยบอย ท่าพระจันทร์)

อาหาร 7 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป

"กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน" เป็นคำพังเพยที่คุ้นหูกันดี เรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ กินมากไปก็ไม่ดี กินน้อยไปก็ไม่ดี ต้องกินแต่พอดีเท่านั้นจึงจะดี แต่จะกินอย่างไรให้พอดีหรืออาหารประเภทใดกินมากไปแล้วไม่ดีนั้น วันนี้เรามีอาหาร 7 อย่างที่กินมากไปแล้วจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายมาฝากกัน

ปาท่องโก๋

1. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้มเป็นส่วนประกอบในการปรุง ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ

2. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยมทำให้กระดูกผุได้

3. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง

4. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน

5. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย

6. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้

7. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค…และมีสารย่อยโปรตีนไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

นี่คืออาหาร 7 อย่างที่ไม่ควรกินมาเกินไป เพราะหากสะสมมากๆ จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย หากใครมีพฤติกรรมชอบกินอาหารเหล่านี้ ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินเสียใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวท่านเอง

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกครบ 50 ปี สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

รหัสเหรียญ : 46032
ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก

กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงฉลอง พระองค์สากล ผินพระพักตร์เฉียงทางเบื้องซ้าย ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" กลางเหรียญมีรูปเครื่องหมายราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า "ครบ ๕๐ ปี สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ๑ มกราคม ๒๕๔๗" เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า "๕๐ บาท" และข้อความว่า "ประเทศไทย" ตามลำดับโดยมีลายไทยคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง


ข้อมูลเพิ่มเติม
น้ำหนัก : 21 กรัม ราคา ณ วันประกาศใช้ : 50 บาท
วันที่ประกาศใช้ : 3 ธันวาคม 2546 เส้นผ่าศูนย์กลาง : 36  มิลลิเมตร


ชนิด : โลหะสีขาวเคลือบไส้ทองแดง
ราคาหน้าเหรียญ : 50 บาท ประเภท : ธรรมดา
ลักษณะ : เหรียญกลม วงขอบนอกมีเฟืองจักร


ส่วนผสม : จำนวนการผลิต :
นิกเกิล 25
2546 200,000 เหรียญ


ผู้ออกแบบ (หน้า) : นายรังสรรค์ โชติรังสรรค์ ผู้ออกแบบ (หลัง) : นายรังสรรค์ โชติรังสรรค์
ผู้ปั้นแบบ (หน้า) : นายธรรมนูญ แก้วสว่าง ผู้ปั้นแบบ (หลัง) : นายปัญญา คำเคน

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกรัชกาลที่ 9 สถิตในสิริราชสมบัติ เป็นสองเท่า ของรัชกาลที่ 4

 

รหัสเหรียญ : 24006
ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก

Coin-792-front-7018 Coin-792-back-7018
เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระดับพระอังสา ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย ริมขอบซ้ายมีข้อความว่า "พระปรมินมหาภูมิพล" ริมขอบล่างมีข้อความว่า " ประเทศไทย" เบื้องซ้ายเป็นรูปพระมหามงกุฎ ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ซึ่งประกอบด้วยพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร" ประดิษฐานเหนือที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรพระราชอาสน์ ภายใต้พระราชอาสน์ ภายต้พระสัปตปฎลเศวตฉัตร ระหว่างพระมหามงกุฎและพระสัปตปฎลเศวตฉัตร ป็นตราพระแสงจักรและพระแสงตรี อันเป็นเครื่องหมายแห่งราชวงศ์จักรี ภายในวงขอบเบื้องบนมีข้อความว่า "สถิตในสิริราชสมบัติเป็นสองเท่าของรัชกาลที่ ๔" ริมขอบล่างมีข้อความว่า "๙ มิถุนายน ๒๕๒๔" ใต้พระมหามงกุฎและพระสัปตปฎลเศวตฉัตรมีข้อความบอกราคา


ข้อมูลเพิ่มเติม
น้ำหนัก : 15 กรัม ราคา ณ วันประกาศใช้ : 10 บาท
วันที่ประกาศใช้ : 17 เมษายน 2524 เส้นผ่าศูนย์กลาง : 32  มิลลิเมตร


ชนิด : นิกเกิล
ราคาหน้าเหรียญ : 10 บาท ประเภท : ธรรมดา
ลักษณะ : เหรียญกลม วงขอบนอกมีเฟืองจักร


ส่วนผสม : จำนวนการผลิต :
นิเกิล 100
ไม่มีข้อมูล


ผู้ออกแบบ (หน้า) : นางสาวสุภาพ อุ่นอารีย์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ผู้ออกแบบ (หลัง) : นางสาวสุภาพ อุ่นอารีย์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์
ผู้ปั้นแบบ (หน้า) : นายธาดา พิสุทธิพงษ์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ผู้ปั้นแบบ (หลัง) : นายชาญชัย ชะอุ่มศรี กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์

(จากเวปกรมธนารักษ์)

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 8


รหัสเหรียญ : 18002
ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก

Coin-710-front-3273 Coin-710-back-3273
เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผินพระพักตร์เบื้องขวา ริมขอบบนมีข้อความว่า " รัฐบาลไทย พ.ศ. ๒๕๑๘" เบื้องล่างด้านซ้ายมีเลขและอักษรไทยว่า "๑ บาท" เบื้องล่างด้านขวามีเลขอารบิคและอักษรโรมันว่า " 1 BAHT " มีห่วงวงกลมเกี่ยวกันเป็นลูกโซ่ 6 ห่วง หมายถึง 6 ประเทศอยู่ในวงกลมนอกวงเป็นกลีบดอกไม้ลายไทย ซ้อนกันแปดกลีบ ริมขอบบนเป็นอักษรโรมัน "VIII SEAP GAMES" ริมขอบล่างมีอักษรโรมันว่า " BANGKOK 1975"


ข้อมูลเพิ่มเติม
น้ำหนัก : 7 กรัม ราคา ณ วันประกาศใช้ : 1 บาท
วันที่ประกาศใช้ : 12 สิงหาคม 2518 เส้นผ่าศูนย์กลาง : 25  มิลลิเมตร


ชนิด : โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล)
ราคาหน้าเหรียญ : 1 บาท ประเภท : ธรรมดา
ลักษณะ : เหรียญกลม ขอบเฟือง


ส่วนผสม : จำนวนการผลิต :
ทองแดง 75
2518 3000000 เหรียญ


ผู้ออกแบบ (หน้า) : นางสาวสุภาพ อุ่นอารีย์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ผู้ออกแบบ (หลัง) : นางสาวสุภาพ อุ่นอารีย์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์
ผู้ปั้นแบบ (หน้า) : นางไพฑูรย์ศรี ดีปานวงศ์ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ผู้ปั้นแบบ (หลัง) : นายสมชัย นวลสกุล กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์