เหรียญพระพุทธหลักล้าน : ชั่วโมงเซียน โดยบอยท่าพระจันทร์

"เหรียญพระพุทธ" คือเหรียญที่จำลองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนนับถือลงบนเหรียญ พระพุทธรูปที่มีการสร้างเป็นเหรียญอันดับต้นๆ เช่น

  1. หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา 
  2. หลวงพ่อพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
  3. หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา
  4. หลวงพ่อมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา
  5. หลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท และ
  6. หลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นต้น

_MG_3626_MG_3627

ในจำนวนเหรียญพระพุทธทั้งหมด สุดยอดแห่งความแพงต้องยกให้ เหรียญหลวงพ่อโสธร รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๐ ที่นับเป็นสุดยอดวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร และถือได้ว่าเป็นเหรียญพระพุทธที่ มีราคาแพงที่สุดในประเทศ สร้างขึ้นในสมัยพระอาจารย์หลิน (รักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร) โดย ขุนศิริราชภักดี (เล้ง สันธนะกุล) มัคนายก เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อสมนาคุณผู้บริจาคซ่อมฐานชุกชีหลวงพ่อโสธร

เหรียญพระพุทธโสธร รุ่นแรก เป็นเหรียญพิมพ์ทรงอาร์ม ข้างเลื่อย มีชนิดเนื้อโลหะ ๔ ชนิด คือ ทองคำ ปัจจุบันค่านิยมกว่า ๑๐ ล้านบาท เนื้อเงินค่านิยม ๒-๓ ล้านบาท เนื้อสัมฤทธิ์ค่านิยมประมาณ ๔-๗ ล้านบาท และเนื้อทองแดงค่านิยมประมาณ ๓-๕ ล้านบาท

เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท จัดสร้างขึ้นใน พ.ศ.๒๔๖๑ สำหรับเหรียญรุ่นแรก อย่างเหรียญนี้ และที่สำคัญ คือ ได้รับการอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวจากยอดพระเกจิอาจารย์ ของเมืองไทย นั่นคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระอาจารย์ของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ ถ้าเป็นเนื้อทองคำ ค่านิยมประมาณ ๖-๗ ล้านบาท แต่ถ้าเป็นเนื้อเงินค่านิยมประมาณ ๔ แสนบาท ส่วนเนื้องทองแดงประมาณ ๒ แสนบาทเท่านั้น

เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง มีการจัดสร้างเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการจารึก พ.ศ. ที่สร้างไว้ในเหรียญก็ตาม แต่รู้กันเป็นนัย ว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ พร้อมกับเหรียญหลวงพ่อพุทธโสธร พ.ศ.๒๔๖๐ ค่านิยมประมาณ ๒ ล้านบาท

_MG_3618_MG_3619

เหรียญหลวงพ่อพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก หลังอกเลา สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ เพื่อแจกแก่ผู้ที่มานมัสการพระพุทธชินราช และร่วมทำบุญที่วัด เพื่อให้ท่านที่เคารพและนับถือ ได้นำไปบูชาติดตัว เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลและคุ้มครองป้องกันภัยแด่ผู้มีไว้บูชา มีด้วยกัน ๒ เนื้อ คือ เนื้อเงินและเนื้อทองแดง ต่างก็หายากด้วยกันทั้ง ๒ เนื้อ ค่านิยมทั้ง ๒ เนื้อประมาณ ๑-๒ ล้านบาท

เหรียญพระนิรันตราย ๒๔๙๕ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงในรัชกาลที่ ๔ กทม. ได้ชนวนเก่าจากหลายๆ ที่ และมีพระเกจิอาจารย์ยุคก่อนปี ๒๕๐๐ หลายท่านร่วมพิธีปลุกเสก เช่น ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยา หลวงพ่อกึ๋น วัดดอนยานนาวา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และพระคณาจารย์ร่วมสมัยอีกมากมายหลายท่าน  จัดเป็นพิธีหลวงที่ใหญ่มากในสมัยนั้น ค่านิยมของเหรียญรุ่นนี้ประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

เหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างใน พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๓ มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงไม่มีกะไหล่ และเนื้อเงินไม่มีกะไหล่ ลักษณะของเหรียญ เป็นเหรียญรูปไข่ใหญ่ มีห่วงเชื่อม และเป็นเหรียญปั๊ม

เหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร รุ่นแรกนี้เชื่อกันว่าพิธีการปลุกเสกในพระวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เป็นประธานให้พิธีปลุกเสก นอกจากนี้ยังได้นิมนต์พระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น มาเข้าร่วมพิธีด้วย เช่น หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ  หลวงพ่ออ่ำ (พระพุทธวิหารโสภณ) วัดวงษ์ฆ้อง หลวงพ่อวัดพนัญเชิง หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ  เป็นต้น ค่านิยมของเหรียญรุ่นนี้ประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

ส่วนเหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี (เหรียญทองคำ) เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางตะบูน มีประวัติความเป็นมาคล้ายกับหลวงพ่อพระพุทธโสธร เหรียญรูปพระพุทธของวัดเขาตะเครา มีการสร้างกันมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นมา

พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ

การจัดสร้างพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ถือว่าสุดยอดแห่งประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่อง พิธีจัดสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์เป็น ราชธานี มาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีพิธีใดจะยิ่งใหญ่เท่า

มีพระเกจิ อาจารย์ร่วมสมัยจำนวนมาก เรียกว่ารูปใดดัง มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ก็นิมนต์มาปลุกเสกทุกวัด เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย) วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม พระครูทิวากรคุณ (หลวงปู่กลีบ) วัดตลิ่งชัน พระครูโสภณกัลยานุวัตร (หลวงพ่อเส่ง) วัดกัลยาณมิตร ฯลฯ พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ จึงขึ้นชื่อว่าน่าใช้ น่าเก็บ และน่าหามาบูชาอย่างยิ่ง

ส่วนเนื้อทองคำ มีการจัดสร้างเพียง ๒,๕๐๐ องค์ เพื่อให้สอดคล้องกับปีการจัดสร้าง คือ พ.ศ. ๒๕๐๐ ใช้ทองคำหนักประมาณ ๖ สลึง โดยใช้วิธีสั่งจองล่วงหน้า ๑,๐๐๐ บาท ส่วนเงินสมทบทุนจริง ๒,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ ผู้สั่งจองชำระเงินอีก ๑,๕๐๐ บาท หรือจะชำระคราวเดียว ๒,๕๐๐ บาทก็ได้  ปัจจุบันมีค่านิยมประมาณ ๘ แสน-๑ ล้านบาท

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการจัดสร้างพระ เพื่อเป็นการสมนาคุณกับผู้ร่วมทำบุญอีกด้วย คือ พระเนื้อทองคำหนัก ๑ บาท อีก ๑๕ องค์ มอบเป็นที่ระลึกให้ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล ๑๐,๐๐๐ บาท ในครั้งนั้นมีผู้สมบททุนสร้าง ๑๕ ราย

ส่วนเนื้อนากนั้นมีการจัดสร้าง ๓๐ องค์ หนัก ๑ บาท เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกสำหรับผู้ทำบุญ ๕,๐๐๐ บาท มีผู้ทำบุญ ๓๐ ราย ในขณะที่ผู้ทำบุญ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับมอบพระเนื้อเงิน ๑ องค์ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมทำบุญ ๓๐๐ ราย

แต่เนื่องจากจำนวนสร้างมีมากเป็นล้านองค์ ทำให้พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ บางเนื้อยังคงมีเหลืออยู่ที่พุทธมณฑล ในขณะเดียวกัน พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ ในตลาดพระก็ยังมีการเช่าบูชากันในราคาที่ไม่แพงนัก ยกเว้นพระเนื้อพิเศษ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน หรือดินเผาสีแปลกๆ องค์สวยคมชัดมาก ก็อาจจะมีราคาแพงกว่าองค์ธรรมดา

(คัดลอกจากเวปหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ประจำวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยบอย ท่าพระจันทร์)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s