Category: กล้อง และสถานที่

ฮวงจุ้ย – อิทธิพลของเสาต่อผู้อาศัย

อิทธิพลของเสาต่อผู้อยู่อาศัยในบ้าน

อิทธิพลของเสาที่มีต่อผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน สำนักงาน เนื่องจากมีหลายท่านวิตกกังวลมากว่า นั่งทำงานใกล้เสาบ้าง มีเหลี่ยมเสาตรงกับตำแหน่งที่นั่งบ้าง และเสาไฟฟ้า รวมทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณใกล้บ้านพัก จะมีอิทธิพลต่อสุขภาพ ของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านจริงหรือไม่อย่างไร นั้น

เสาไฟฟ้าที่ส่งผลไม่ดีให้กับบ้านอยู่อาศัย

เราต้องมาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า วิธีดูว่าเสาไฟฟ้าในลักษณะใดที่จะส่งผลที่ไม่ดีโดยตรงต่อผู้อยู่อาศัย ซึ่งขอชี้แจงว่า หากบ้านท่านมีเสาไฟฟ้าอยู่ในบริเวณแนวรั้วของบ้าน ก็สบายใจได้เพราะ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านของท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเสาไฟฟ้านั้น อยู่บริเวณตรงกันข้ามกับบ้านของท่าน คราวนี้ต้องมาสังเกต ให้ถี่ถ้วนอีกครั้งว่า เสาไฟฟ้านั้นตั้งวางอยู่จุดใด เพราะลักษณะอย่างนี้จะส่งผลกระทบต่อบ้านของท่านโดยตรงทีเดียว

* วิธีพิจารณาลักษณะที่ตั้งเสาไฟฟ้าไม่ให้คุณ

  1. กรณีที่เสาไฟฟ้าอยู่ตรงกับประตูหน้าบ้านของท่านตรงๆ จะส่งผลร้ายอย่างมากที่สุด และรุนแรงที่สุดด้วย
  2. กรณีที่เสาไฟฟ้าอยู่ตรงกับหน้าต่างหรือช่องลม จะส่งผลกระทบในทางไม่ดีเช่นกัน แต่จะไม่รุนแรงเท่ากับ เสาไฟฟ้าที่อยู่ตรงกับประตูหน้าบ้าน
  3. กรณีที่เสาไฟฟ้าอยู่ตรงกับตำแหน่งปีเกิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งภายในบ้าน ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลผู้นั้น

สำหรับความรุนแรงที่เจ้าบ้านจะได้รับในทั้ง 2 กรณี ดังกล่าวข้างต้นนั้น ต้องมาสังเกตดูให้ดีว่า หากเสาไฟฟ้าต้นนั้น ล้มลงมายังตัวบ้านท่านแล้ว ความสูงของเสาจะพาดไม่ถึงตัวบ้านของท่านหรือไม่ ถ้าถึงแสดงว่าท่านจะได้รับผลกระทบเต็มๆ อย่างรุนแรง แต่หากว่าถ้าเสาไฟฟ้าต้นนั้น ล้มลงมาแล้วความสูงของเสาพาดไปไม่ถึงตัวบ้านของท่าน กล่าวคือ ระหว่างเสาไฟฟ้ากับบ้าน ของท่าน อาจมีถนนมาขวางกั้นไว้ ลักษณะเช่นนี้ก็จะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดจึงไม่ต้องกังวลใจ

* ผลกระทบของเสาไฟฟ้าที่อยู่ตรงกันข้ามกับบ้าน

เสาไฟฟ้าที่อยู่ตรงกันข้ามกับบ้านเรือนของเรานั้น จะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อผู้อยู่อาศัยในบ้านแน่นอน โดยจะกระทบ ต่อสุขภาพของสมาชิกในบ้าน บางครั้งเมื่ออาศัยอยู่ในบ้านที่มีเสาไฟฟ้าอยู่ตรงกันข้ามนานๆ อาจจะเกิดโรคแปลกๆ ซึ่งไม่สามารถ หาสาเหตุของโรคได้ หรืออาจจะเสียเงินรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักทีจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง และหากร้ายแรงที่สุด ก็จะส่งผล ให้เป็นโรคมะเร็งได้ ทั้งนี้ จะส่งผลกับบุคคลผู้ใดภายในบ้านนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งของเสาไฟฟ้า นั้นตรงกับ ตำแหน่งของ บุคคลใดในบ้านเป็นสำคัญ นอกจากนี้ หากเป็นเสาไฟฟ้าที่มีหม้อแปลงขนาดใหญ่ด้วยแล้วยิ่งมีผลร้ายแรงเป็นทวีคูณ ซึ่งจะทราบได้โดย การใช้เข็มทิศทางฮวงจุ้ย ช่วยในการวัดทิศทางนั่นเอง

สรุปลักษณะของเสาไฟฟ้าที่ทำร้ายบ้าน 4 ทิศทาง

  1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ หลังบ้านเป็นทิศใต้ และมีเสาไฟฟ้าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามฝั่งซ้ายของบ้าน หรือตรงกับตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน
  2. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หลังบ้านเป็นทิศตะวันออกเฉียงใต้ และมีเสาไฟฟ้าอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ฝั่งซ้ายของบ้าน หรือตรงกับตำแหน่งทิศตะวันตกของบ้าน
  3. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หลังบ้านเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ และมีเสาไฟฟ้าอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ฝั่งขวาของบ้าน
  4. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลังบ้านเป็นทิศตะวันตก และมีเสาไฟฟ้าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามฝั่งขวาของบ้าน หรือตรงตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้าน

* วิธีการแก้ไข

ง่ายนิดเดียว ขอเพียงท่านได้หาซื้อกระจกนูนมาตรฐาน 8 ทิศ โดยมี 8 ทิศอยู่กลางกระจกตามหลักฮวงจุ้ย และนำไปติดไว้ตรงตำแหน่งที่ตรงกับเสาไฟฟ้านั้น ก็จะสามารถช่วยสลายพลังที่ไม่ดีออกไป เนื่องจากกระจกนูน จะมีคุณสมบัติพิเศษในการสะท้อนพลังที่ไม่ดีของวิบากทั้งหลาย ตามหลักการทางฮวงจุ้ย นั่นเอง

สำหรับความหมายของ 8 ทิศนั้น ถือว่าเป็นพลังจักรวาลที่รวมทุกอย่างไว้ใน 8 ทิศ จึงยิ่งสามารถช่วยผลักดัน ให้มีการสะท้อนพลัง ได้ผลดียิ่งขึ้น แต่ในกรณีที่เสาไฟฟ้าอยู่ตรงกับบริเวณหน้าต่างก็ให้ท่านปิดหน้าต่างบานนั้น เพื่อไม่ให้มองเห็นภาพเสาไฟฟ้า แล้วให้นำกระจกนูน 8 ทิศไปติดเอาไว้ได้เช่นกัน

* ผลกระทบของเสาภายในบ้าน สำนักงาน ต่อผู้อยู่อาศัย และวิธีการแก้ไข

ภายในบ้าน หรือสำนักงานใด มีเสาต้นใหญ่ๆ อยู่ภายในแล้ว จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสายตาของผู้ที่ต้องพบเห็นทุกวัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดและวิตกกังวลขึ้นได้ ซึ่งท่านสามารถแก้ไขได้โดยออกแบบเสาด้านหน้าบ้าน ให้เป็นที่ตั้งตู้ปลา เพื่อความสวยงาม สบายตายิ่งขึ้น หรือบางท่านที่มีทุนทรัพย์ อาจจะทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ปิดมุมของเสา หรือนำตู้เอกสารไปปิดไว้ก็ได้ เพราะเชื่อว่ามุมของเสาเปรียบเสมือนคมมีด คมดาบ ที่ฟาดฟัน ตัวเราอยู่ทุกวี่ทุกวัน นั่นเอง

ในกรณีที่จำเป็นต้องนั่งทำงานบริเวณใกล้เสา ก็ขอแนะนำให้ท่านนั่งทำงาน ในลักษณะที่หลังพิงเสาใหญ่ดีกว่า นั่งหันหน้าเข้าหาเสา เพราะจะทำให้เกิดความเครียดและวิตกกังวล ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

นอกจากนี้ หากสถานที่ที่ท่านนั่งทำงานอยู่ มีเสา 2 ข้างด้านหลัง ท่านก็สามารถออกแบบ ให้ช่องว่างระหว่างเสามาทำพื้นที่ใช้สอย ที่เป็นประโยชน์ โดยอาจวางตู้เซฟ หรือตู้เก็บเอกสาร เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถพักอยู่อาศัย หรือทำงานใกล้ๆ เสาได้อย่างมีความสุข และรอดพ้นจากลักษณะวิบากของเสาตาม หลักการทางฮวงจุ้ยแล้ว

Resource : หลันฮัว http://www.fpo.go.th

Advertisements

นครวัด – นครธม – บันทายศรี – โตนเลสาบ

_MG_8767

๓ วัน ๒ คึน เดินทางออกจาก กรุงเทพ – ตลาดโรงเกลือ ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที ผ่านด่านด้วยการเดิน แล้วใช้รถตู้ฝั่งเขมร เดินทาง

วันแรก ออกจากกรุงเทพ ผ่านข้ามแดนที่โรงเกลือ มาถึงเสียมเรียบ โตนเลสาบ และพนมบาเต็ง จบด้วยการรับประทานอาหาร พร้อมการแสดงระบบนางอัปสรา เข้าพักที่โรมแรมระดับ ๔ ดาว ชื่อ Smiling Hotel

วันที่ ๒ ปราสาทตาพรหม – ปราสาทแปรรูป – ปราสาทบันทายศรี – นครธม– นครวัด – ทุ่งสังหาร

วันที่ ๓ เสียมเรียบ – ตลาดซาจ๊ะ – แวะทานข้าวที่บ่อนคาสิโน – ตลาดโรงเกลือ – กรุงเทพฯ

_MG_8745

เขาพนมบาเต็ง

เมื่อเดินทางมาถึงก็เจอกับฝนอย่างแรง ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังมาก ในการเดินขึ้นเขา ระยะทางไกลพอควรประกอบกับทางเดิน ที่เปียก และชัน (ก็เราเดินขึ้นเขานี่ครับ) ทำให้กว่าจะขึ้นถึงยอดเขา ก็แทบจะหมดแรง โดยด่านสุดท้ายเป็นบันไดที่เกิดจากการเจาะเขาหิน แคบมาก เดินลำบากแต่ก็คุ้มมากสำหรับยิ่งใหญ่ ที่ได้พบบนยอดเขาครับ

_MG_8339

โตนเลสาบ เสียมเรียบ เขมร

โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดกว้าง 50 กิโลเมตร ยาว 150 กิโลเมตร มีพันธ์ุปลาน้ำจืดอยู่มากกว่า 300 ชนิด จึงมีความสำคัญมาก ในโตนเลสาบมีชาวเวียตนาม จำนวนมาก มาสร้างที่พักเป็นบ้านบนแพ ตามชายขอบ มีเรือให้เช่าสำหรับออกไปดูกลางทะเล ซึ่งก็เหมือนกับแหล่งท่องเทียวทุกแห่ง คือมีการแย่งชิง แข่งขัน และต่อรอง ทำให้กว่าที่จะสามารถออกเรือไปได้ ก็ต้องลง และขึ้นเรืออยู่หลายรอบ ทำให้เบื่อหน่ายอยู่บ้าง

_MG_8143

เดินทางไปเยอรมันนีมา

ออกเดินทางวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลาประมาณ 2345 ออกจากบ้านตั้งแต่ 2100 ไปถึงสุวรรณภูมิเวลา 2140 แต่แถว check-in ยาวมากคนเต็มสนามบินเลย ยังไม่เท่านั้นแถวตรวจคนเข้าเมืองยาวกว่าอีก ปลายแถวอยู่ที่สุดสนามบินอีกฝั่งหนึ่ง พอผ่านได้ก็ต้องวิ่งไปที่ทางออกที่ต้องเดินไปจนสุด แล้วเดินย้อนกลับมาอีกแทบเรียกว่าเดินเป็นตัว U ที่ทำให้โมโหทุกครั้งที่ไปขึ้นเครื่อง ทั้งเหนื่อยทั้งปวดฉี่แต่ก็ต้องทน เพราะเลยเวลาที่เค้าบอกให้มาที่ประตูทางออกแล้ว ขึ้นไปได้แล้วเครื่องต้องรอผู้โดยสาร กว่าจะออกเดินทางได้ก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว

เวลาในการเดินทางไปยังสนามบินแฟรงค์เฟิส 11 ชั่วโมง พอเครื่องขึ้นได้เรียบร้อยก็เสริฟอาหารมือแรก แล้วปล่อยให้นอน มาเสริฟอาหารมื้อที่ 2 ก่อนเครื่งลงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่สนามบินต้องรอกระเป๋านานมาก แต่น่าแปลกที่การตรวจคนเข้าเมือง สำหรับผมแทบเรียกได้ว่าเค้าหยิบเอาพาสปอร์ตไปประทับตราเฉยๆ

มีคนบอกว่าสนามบินเพิ่งเปิดให้ใช้งานเพาะเมื่อคืนมีพายุ อาจเป็นเหตุให้ที่สุวรรณภูมิมีผู้โดยสารมากผิดปกติก็ได้ ที่ทางออกมีรถบัสมารับไปที่แฮนโนเวอร์ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางขอเล่าเท่านนี้ครับ

รถไฟฟ้า 12 สายผ่านที่ใดบ้าง?

คัดลอกจากเวปหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 10 กพ. 2553

เส้นทางรถไฟฟ้า ตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2553-2772) 12 เส้นทาง ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการขนส่งและจราจรทางบก (คจร.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2553

1 สายสีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์-มหาชัย) ระยะทาง 80.8 กิโลเมตร

แนวสายทางยกระดับ เริ่มจากบนโครงข่ายทางรถไฟสายเหนือบริเวณมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มาตามแนวเขตทางรถไฟ ถึงสถานีหัวลำโพง จากนั้น มุ่งหน้าตามแนว ถนนมหาพฤฒาราม ริมคลองผดุงกรุงเกษม และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เข้ามาตามแนว ถนนลาดหญ้า ถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) เบี่ยงออกถนนเจริญรัถ เข้าถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ไปตามแนวทางรถไฟสายแม่กลองเดิม เข้าเขตอำเภอเมือง สมุทรสาคร ตีโค้งอ้อมตัวเมืองสมุทรสาครขึ้นไปทางเหนือ ผ่านถนนเอกชัยและยกระดับข้ามถนนพระราม 2 สิ้นสุดที่มหาชัย (ใหม่) ใกล้แม่น้ำท่าจีน

แผนการก่อสร้างขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต -มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2557 สำหรับส่วนต่อขยายจากหัวลำโพง-บางบอน กำหนดในแผน 10 เปิดให้บริการปี 2562 ส่วนช่วงที่เหลือคือ บางซื่อ-หัวลำโพง และช่วงจากบางบอน-มหาชัย อยู่ในแผน 20 ปีเปิดให้บริการปี 2572

2 สายสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก) ระยะทาง 58.5 กิโลเมตร

แนวสายทางเริ่มต้นบริเวณศาลายาจุดตัดทางรถไฟสายใต้กับถนนทวีวัฒนา ยกระดับเข้ามาตามเส้นทางรถไฟสายใต้ผ่านสถานีรถไฟ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 6 จากนั้นเข้าสู่สถานีบางซื่อ วิ่งมาตามทางรถไฟใช้แนวเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มถึงพญาไท เลี้ยวตามทางรถไฟผ่าน มักกะสัน คลองตันและสิ้นสุดที่สถานีหัวหมาก นอกจากนี้ในสายสีแดงอ่อนจะมีเส้นทางรถไฟฟ้า ต่อขยายอีกเส้นหนึ่งแยกออกจากสาย หลักบริเวณสถานีบางบำหรุ เป็นโครงสร้างใต้ดินทั้งหมดโดยใช้แนวถนนสิรินธร ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานกรุงธนฯ (สะพานซังฮี้) เข้าสู่แนวถนนราชวิถีลอดใต้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่านดินแดง ไปสิ้นสุดที่มักกะสัน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้ได้ปรับปรุงขึ้นเพื่อรองรับการเดินทางย่านในเมือง

แผนการก่อสร้าง ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างก่อสร้างช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน แล้วเสร็จปี 2555 ส่วนช่วงจากตลิ่งชัน-ศาลายาอยู่ในแผน    ก่อสร้างช่วง 10 ปีเปิดให้บริการปี 2562 สำหรับช่วงบางบำหรุ-มักกะสัน อยู่ในแผนก่อสร้างภายใน 20 ปี เปิดให้บริการปี 2572

3 สายแอร์พอร์ตลิ้งก์ (บางซื่อ-พญาไท-สุวรรณภูมิ) ระยะทาง 36.4 กิโลเมตร

แนวสายทางเริ่มต้นบริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ จากนั้นใช้แนวรถไฟเดียวกับสายสีแดงเข้มและแดงอ่อนมีถึงบริเวณพญาไท และก่อสร้างตามทางรถไฟจากบริเวณพญาไท ผ่านมักกะสัน สิ้นสุดที่ใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยในการประชุมคจร.ล่าสุดได้เห็นชอบให้ขยายเส้นทางสายแอร์พอร์ตลิ้งก์ ต่อขยายจากบางซื่อ ตามแนวรถไฟสายเหนือไปถึง ดอนเมืองเพื่อเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมืองด้วย ซึ่งส่วนต่อขยายนี้จะมีระยะทางเพิ่มขึ้นอีก 13 กิโลเมตร

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างขณะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเปิดให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิภายในเดือน เม.ย. นี้ ส่วนช่วงจากพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง อยู่ในแผนการก่อสร้างระยะ 10 ปี เปิดให้บริการภายในปี 2562

4 สายสีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-สมุทรปราการ) ระยะทาง 66.5 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเริ่มจากบริเวณบิ๊กซีลำลูกกา ไปตามถนนลำลูกกาข้ามถนนวงแหวนรอบนอกผ่านคลองห้า คลองสี่ คลองสาม มาถึงบริเวณใกล้สถานีตำรวจคูคต แนวเส้นทางเบี่ยงเข้าพื้นที่เอกชนบริเวณประตู กรุงเทพ เข้าสู่แนวเกาะกลางถนนพหลโยธิน ถึงห้าแยกลาดพร้าว ยกข้ามดอนเมืองโทลล์เวย์ ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่หมอชิต ส่วนอีกด้านต่อขยายจากบีทีเอสจากสถานีอ่อนนุช ไปตามแนวถนนสุขุมวิท ถึงบางปู

ขณะนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ระหว่างก่อสร้างส่วนต่อขยายจากอ่อนนุช ถึงแบริ่ง กำหนดเปิดให้บริการปี 2554 ส่วนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และแบริ่ง-สมุทรปราการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างสำรวจอสังหาริมทรัพย์เตรียมประกาศประกวดราคาก่อสร้าง คาดว่าเปิดให้บริการปี 2557 สำหรับแนวสายทางส่วนที่เหลือคือ จากคูคต-ลำลูกกา และจากสมุทรปราการ-บางปู ให้อยู่ในแผนดำเนินการระยะ 20 ปี เปิดให้บริการในปี 2572

5 สายสีเขียวอ่อน (ยศเส-บางหว้า) ระยะทาง 15.5 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเริ่มจากบริเวณยศเสใกล้กับแยกเจริญผล ไปตามแนวถนนพระราม 1 เชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สนามกีฬาแห่งชาติ ไปตามทางรถไฟฟ้าสายสีลมที่ขณะนี้สิ้นสุดที่สถานีวงเวียนใหญ่ จากนั้นใช้แนวทางยกระดับตามคลองภาษีเจริญ ผ่านวัดโพธิ์นิมิตร ก่อนที่จะข้ามถนนรัชดาภิเษกแนวเส้นทางจะ เบี่ยงไปทางทิศใต้ของถนนราชพฤกษ์ โดยวิ่งคู่ขนานทางทิศใต้ (ขาออก) ของโครงสร้างสะพานข้ามทางแยกถนนวุฒากาศ สะพานข้ามคลองภาษีเจริญ แล้วโค้งตามถนน เลยทางต่างระดับตัดกับถนนกัลปพฤกษ์ สิ้นสุดที่จุดบรรจบกับถนนเพชรเกษม

ขณะนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ระหว่างเตรียมประกาศประกวดราคาจัดหาผู้ติดตั้ง ระบบอาณัติสัญญาณและระบบ รถไฟฟ้า ส่วนช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-ยศเส อยู่ในแผนก่อสร้างระยะ 10 ปีเปิดให้บริการปี 2562

6 สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-พุทธมณฑลสาย 4) ระยะทาง 55 กิโลเมตร

ต่อรถไฟฟ้ามหานคร สถานีหัวลำโพงไปตามแนวถนนพระรามที่ 4 เข้าสู่ถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกรกมลาวาส วังบูรพา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ผ่านพระบรมมหาราชวัง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ เข้าสู่ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นโครงสร้างยกระดับบริเวณ เกาะกลางถนนวิ่งเข้าสู่สี่แยกท่าพระ แล้ววิ่งไปตามถนนเพชรเกษม ผ่านจุดตัดถนนกาญจนาภิเษก สิ้นสุดที่ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ส่วนอีกด้านหนึ่งวิ่งเป็นวงกลมในแนวถนนรัชดาภิเษก ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้ามหานครที่สถานีบางซื่อ ยกระดับผ่านแยกเตาปูน เข้าถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม 7 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงไปสิ้นสุดที่แยกท่าพระ

ความคืบหน้าขณะนี้ สายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค รฟม.อยู่ระหว่างประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2559 ส่วนช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 อยู่ในแผนดำเนินการระยะ 20 ปี เปิดให้บริการปี 2572

7 สายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) 42.8 กิโลเมตร

เริ่มจากบางใหญ่ไปตามถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงแยกแคราย เลี้ยวขวาเข้าถนนติวานนท์ ผ่านถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เข้าประชาราษฎร์ ถึงบริเวณเตาปูน จากนั้นลดระดับลงใต้ดิน เข้าแนวถนนประชาราษฎร์สาย 1 ผ่านแยกเกียกกาย ไปตามถนนสามเสน แล้วเลี้ยวเข้าถนนพระสุเมรุผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ภูเขาทอง แล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า เข้าสู่แนวของ ถนนประชาธิปก ลอดใต้อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ไปตามถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เข้าสู่แนวถนนสุขสวัสดิ์ แล้วจึงเริ่มขึ้นมาเป็นโครงสร้างยกระดับ ผ่านดาวคะนอง ยกข้ามสะพานข้ามทางแยกบริเวณจุดตัด ถนนพระราม 2 ผ่านบางปะกอก ยกข้ามทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) สิ้นสุดที่ราษฎร์บูรณะ

ความคืบหน้าขณะนี้ โครงการช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาแล้ว กำหนดเปิดให้บริการปี 2557 ส่วนช่วงจากบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ อยู่ในแผนระยะ 10 ปี เปิดให้บริการปี 2562

8 สายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ระยะทาง 37.5 กิโลเมตร

เริ่มต้นจากสถานีรถไฟตลิ่งชัน จากนั้นใช้แนวรถไฟสายบางกอกน้อย ผ่านบางขุนนนท์ ผ่านศิริราช ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ผ่านใต้ถนนราชดำเนินแล้วเบี่ยงใช้แนวถนนหลานหลวง ผ่านยมราชแล้วเข้าสู่แนวถนนเพชรบุรี เลี้ยวเข้าถนนราชปรารภถึงดินแดงแล้วเลี้ยว ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นเลี้ยวขวาผ่านศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ตัดตรงไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม แล้วเบี่ยงเข้าแนวถนนประชาอุทิศ ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม เข้าซอยรามคำแหง 39 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามคำแหง ผ่านลำสาลี ถนนกาญจนาภิเษก สิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนร่มเกล้า

รถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นโครงสร้างใต้ดินจากตลิ่งชันถึงบางกะปิ และเป็นทางยกระดับจากบางกะปิ-มีนบุรี กำหนดก่อสร้างในแผนระยะ 10 ปี เปิดให้บริการปี 2562

9 สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 36 กิโลเมตร

จุดต้นทางเริ่มจากบริเวณศูนย์ราชการนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี วิ่งตามถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา จากแยกมีนบุรี วิ่งตามถนนสีหบุรานุกิจ มีจุดปลายทางบริเวณแยกร่มเกล้า สายนี้อยู่ในแผนดำเนินการใน 10 ปี เปิดให้บริการในปี 2562

10 สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร

เริ่มจากถนนลาดพร้าวที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามถนนลาดพร้าว ถึงเดอะมอลล์บางกะปิเลี้ยวขวาเข้าถนนศรีนครินทร์ ไปตามถนนศรีนครินทร์ ถึงแยกศรีเทพา เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเทพารักษ์สิ้นสุดที่สำโรง บริเวณจุดตัดถนนเทพารักษ์กับ ถนนสุขุมวิท สายนี้อยู่ในแผนดำเนินการใน 10 ปี เปิดให้บริการในปี 2562

11 สายสีเทา (วัชรพล-สะพานพระราม 9) ระยะทาง 26 กิโลเมตร

เป็นรถโมโนเรล เริ่มบริเวณต่างระดับรามอินทรา ปากซอยวัชรพล ใช้แนวถนนประดิษฐ์มนูธรรม ตลอดสายถึงแยกตัดถนนพระราม 9 เลี้ยวที่แยกเอกมัยเหนือ เข้าสู่แนวเกาะกลางถนนเพชรบุรีตัดใหม่แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ไปออกถนนสุขุมวิทแล้วยกข้ามรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ เข้าแนวซอยสุขุมวิท 38 ถึงกลางซอย แล้วเบี่ยงแนวใช้เส้นทางซอยสุขุมวิท 40 (ซอยบ้านกล้วยใต้) ไปตามแนวคลองระบายน้ำ จนถึงแยกมหา   วิทยาลัยกรุงเทพ เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 4 ผ่านตลาดคลองเตย ถึงห้าแยก ณ ระนอง เลี้ยวเข้าถนนพระราม 3 ผ่านแยกรัชดา-นราธิวาส แยกด่วนสาธุประดิษฐ์ แยกต่างระดับบางโคล่สิ้นสุดที่เชิงสะพานพระราม 9 (สะพานแขวน) รถไฟฟ้าสายสีเทากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้ดำเนินการ อยู่ในแผนระยะ 20 ปี เปิดใช้ปี 2572

12 สายสีฟ้า (ดินแดง-สาทร) ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร

เป็นรถโมโนเรล ตลอดสายเริ่มจากบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ลงมาทางทิศใต้ผ่านเคหะชุมชนดินแดง แยกประชาสงเคราะห์ จุดตัดถนนอโศก-ดินแดง ยกระดับข้ามทางพิเศษศรีรัช (ด่วนขั้นที่ 2) ผ่านบึงมักกะสัน เข้าพื้นที่ภายในสถานีมักกะสัน ตรงไปออกบริเวณแยกอโศก-เพชรฯ แล้วเลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุ ยกระดับข้ามสะพานไทย-เบลเยี่ยม เข้าแนวถนนสาทรผ่านถนนสวนพลู สิ้นสุดที่แยกสาทร-นราธิวาสใกล้บีทีเอส สถานีช่องนนทรี รถไฟฟ้าสาย นี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้ดำเนินการ อยู่ในแผนระยะ 20 ปี เปิดใช้ปี 2572.