Tag: กริ่ง

พระกริ่ง จีวรลายดอก วัดสุทัศน์

(ภาพ และข้อความคัดลอกจากเวป http://www.bp.or.th )

พระกริ่งอีกรุ่นของวัดสุทัศน์ที่พิธีสุดยอดองค์สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(พุฒ สุวฑฒโน)ศิษย์เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ของสมเด็จพระสังฆราช(แพ ติสสเทวมหาเถร)ได้มอมเกศา จีวรอุดไว้ใต้ก้นพระ และยังแถมตระกรุตมาด้วยถือว่าเป็นตระกรุตรุ่นแรกของทางวัดเลยก็ว่าได้สุดยอด ครับ

https://i0.wp.com/img231.imageshack.us/img231/1036/06112008057fn8.jpg

ผมได้มา ๑ องค์ ใต้ฐานมีจาร หลายจาร มีจารพุฒซ้อนอยู่ด้วยครับ

กริ่งคลองตะเคียน กรุวัดโคกจินดา อยุธยา

พระกริ่งคลองตะเคียน แตกกรุที่วัดโคกจินดา แถบคลองตะเคียน เนื่องจากเป็นพระที่เมื่อเขย่าดูจะมีเสียงดังเหมือนพระกริ่ง จึงเรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่า พระกริ่งคลองตะเคียนพระกริ่งคลองตะเคียน เป็นพระเนื้อดินผสมผงใบลานเผา ว่านร้อยแปด และเกสรของศักดิ์สิทธิ์ พุทธลักษณะเป็นพระนั่งอยู่บนฐานสูงใต้ต้นโพธิ์ มีใบโพธิ์ปกคลุมเป็นร่มเงา คล้ายๆ กับพระคงลำพูนนั่นเองมียอดเป็นปลีสูง และมีที่เป็นยอดมนด้วย ด้านหลังจะอูมและมีอักขระยันต์จารอยู่ด้านหลัง และด้านก้น บางองค์ทำเป็นพระทั้งสองหน้า ด้านหน้าและด้านหลัง และมีอักขระจารด้านข้าง กับด้านก้น พระกริ่งคลองตะเคียนทุกๆ องค์ต้องมีอักขระยันต์จารทุกองค์ เอกลักษณ์ของพระกริ่งคลองตะเคียน ก็คือ พระทุกองค์จะบรรจุเม็ดกริ่งเข้าไป เวลาเขย่าจะมีเสียงดัง

กริ่งอาจาโร ใต้องค์พระตอกเลข ๓๑๗ K วัดอุดมสมพร สกลนคร

(รูป และเนื้อหาจากเวป)

เป็นที่ทราบกันดีว่าหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร (วัดป่าถ้ำขาม) เป็นพระผู้ปฎิบัติดี และมีลูกศิษย์เลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะมีลูกศิษย์ขอให้หลวงปู่อธิษฐานจิตพระให้มาก วันนี้ผมขอยกหัวข้อเกี่ยวกับพระกริ่งที่หลวงปู่ฝั้นได้อธิษฐานจิต

หลวงปู่ ฝั้นได้ร่วมอธิษฐานจิตพระกริ่งไว้หลายรุ่น ทั้งที่เป็นพิธีใหญ่และอธิษฐานจิตเดี่ยว ที่ร่วมอธิษฐานเป็นพิธีใหญ่และสำคัญนั้นก็อย่างเช่น พระสมเด็จทุ่งบางเขน(พระกริ่ง-ชัยฯนวลจันทร์หรือแสงจันทร์) พระกริ่ง-ชัยฯจอมสุรินทร์ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ พระกริ่ง-ชัยฯพุทธปริต พระกริ่งตากสิน จันทบุรี ปี2518 และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนที่อธิษฐานจิตเดี่ยวและถือกันว่าเป็นพระกริ่งของท่านจริงๆคงจะต้องยกให้ เป็นพระกริ่งอาจาโร ซึ่งในหนังสือทั้งหลายที่เกี่ยวกับประวัติและวัตถุมงคลของท่านนั้นมีระบุไว้ แทบทุกเล่ม พระกริ่งรุ่นแรกนี้จัดสร้างน้อยมากๆ ไม่ถึง 20 องค์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีปรากฎให้เห็นอย่างแน่นอน ในหนังสือที่เกี่ยวกับวัตถุมงคลของหลวงปู่ฝั้นนั้นบางเล่มยังมีการกล่าวถึง พระกริ่งของท่านอีก 2 รุ่น คือพระกริ่งอาจาโร รุ่น 2 หรือบางครั้งเรียกกันว่าพระกริ่งต่ออายุ และพระกริ่งรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นพระกริ่งแบบหล่อโบราณ สำหรับพระกริ่ง รุ่นที่ 2 และ 3 นั้นจัดว่าเป็นพระกริ่งที่ค่อนข้างจะมีปัญหาและข้อถกเถียงกันมาพอสมควร ดังนั้นผมจึงขอเน้นไปที่พระกริ่งอาจาโร รุ่น 2 หรือพระกริ่งต่ออายุ เพื่อให้ท่านผู้รู้ทุกท่านมาร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น

พระ กริ่งต่ออายุนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่ามีตัวตนจริงๆ โดยยอมรับกันว่าได้ขออนุญาตจากหลวงปู่ฝั้นที่จะจัดสร้างพระกริ่งรุ่นนี้ขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนแน่นอนว่าพระรุ่นนี้จัดสร้างเสร็จเมื่อวันที่เดือน ปีเท่าใดแน่ มีเพียงแต่ข้อมูลที่ระบุว่าสร้างปี พศ.2519 คนส่วนมากรวมทั้งคนในพื้นที่ จ.สกลนครเชื่อและมั่นใจว่าพระรุ่นนี้ถึงแม้จะได้ขออนุญาตจากหลวงปู่แต่ก็ไม่ ทันหลวงปู่อธิษฐานจิต เนื่องจากหลวงปู่ฝั้นท่านมรณะภาพไปเสียก่อนที่จะได้อธิษฐานจิต (หลวงปู่มรณวันที่ 4 มค.2520) แต่มีบางกลุ่มเชื่อว่าหลวงปู่ฝั้นได้อธิษฐานจิต แต่อย่างไรก็ตามพระรุ่นนี้ก็ยังได้รับการอธิษฐานจิตจากครูบาอาจารย์สายนี้ แน่นอนเพียงแต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าองค์ใดบ้าง เนื่องจากบางข้อมูลระบุว่าหลวงปู่ขาวเป็นผู้อธิษฐานจิต บางข้อมูลระบุว่านำไปให้พระอาจารย์จวน ภูทอก อธิษฐานจิต เป็นต้น ดังนั้นพระรุ่นนี้จึงเป็นพระที่คลุมเคลือพอสมควรแต่เรื่องราคานั้นต้อง ยอมรับว่าสูงมาก เท่าที่ผมหาข้อมูลดูพบว่าพระกริ่งรุ่นนี้มีเนื้อนวะโลหะ และเนื้อเงิน (เนื่องจากยังไม่พบว่ามีเนื้อทองคำปรากฎออกมา) และทุกองค์ต้องมีการตอกโค๊ด แต่ด้วยเหตุผลในเรื่องความคลุมเครือนั้นทำให้มีของปลอมออกมาเยอะมาก จนบางครั้งหลายคนยึด(เล่น)เป็นของจริงซะด้วยซ้ำ ผมเคยพูดคุยกับเซียนพระที่เล่นพระรุ่นนี้หลายคน (รุ่นเก่าหน่อย) พวกเขาก็ยอมรับกันว่าหาของแท้ยากมากๆ โดยโค๊ตของแท้นั้นจะต้องเป็นตัว “นะ” (ขอม) 1 ตัว โดยตัว”นะ”นี้จะไม่ชัดเจนเหมือนโค๊ตตัว”นะ” ทั่วไป (คืออ่านค่อนข้างยาก บางองค์ตอกเบี้ยวหรือไม่ชัด อาจอ่านไม่ได้เลย กลายเป็นแค่ลายเส้นและจุดกลมๆ) ส่วนหนังสือหลายเล่มระบุว่าโค๊ตนั้นต้องเป็น ตัว “ฝ” กลับหัว ตอกไว้ที่ใต้ฐานนั้น เซียนพระเหล่านั้นกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัว “ฝ” กลับหัวเหล่านั้น โดยให้ความเห็นว่าอาจเป็นการตอกเพิ่มโดยศิษย์บางกลุ่มเท่านั้น นอกจากนี้บางองค์ที่ไม่ได้ตอก “ฝ” กลับตอกเป็นตัว “นะ” 2 ตัวด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องจำนวนการสร้างนั้นบางข้อมูลอ้างว่าจำนวนสร้างนั้นแค่หลักร้อยต้นๆ สำหรับเนื่อนวะ ส่วนเนื้อเงินไม่กี่สิบองค์เท่านั้น นอกจากนั้นในช่วงก่อนปลายปีของปี 2519 คณะลูกศิษย์ยังได้มีการจัดทำบุญครั้งใหญ่เพื่อถือเป็นการต่ออายุให้หลวงปู่ ฝั้นอีกด้วยที่ จ.สกลนคร ซึ่งก็ทำให้ยิ่งสับสนกับชื่อพระกริ่งต่ออายุเข้าไปอีก

ดังนั้นพระ กริ่งต่ออายุนี้จึงเป็นพระที่น่าจะมีปัญหา สมควรแก่การถกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และหาข้อสรุป ขอให้ท่านผู้รู้หรือผู้มีข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นนี้มาร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ

กริ่งพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศฯ

สร้างราวปี พ.ศ.2490 พร้อมกับกริ่วสัมพุทโธ ส่วนใหญ่จะปรากฏชื่อที่ฐานด้านหน้าบริเวณต่ำกว่าบัวชั้นล่างลงมาเป็นลักษณะ ตัวตอกทีละตัวคมลึกลงในเนื้อ ส่วนด้านหลังบางองค์จะตอกตัวย่อ ส ห ซึ่งยังไม่มีหลักฐานว่าหมายถึงอะไร แต่มีบางท่านให้ความเห็นว่าอาจเป็นพระที่นำไปแจกที่จังหวัดสิงห์บุรีดัง กล่าวไว้ข้างต้นก็อาจเป็นได้ พระชุดนี้หล่อฐานกลวงและปิดฐานด้วยแผ่นทองฝาบาตร แต่หลายองค์ที่พบโลหะมักหลุด

สำหรับกริ่งชินสีห์จะมีลักษณะพิมพ์เดียวกับกริ่งพระศรีศาสดา ต่างกันที่อักษรจารึกที่ฐานด้านหน้าเท่านั้น มีหนังสือเล่มหนึ่งผู้เขียนเล่าไว้ว่า สมเด็จย่าทรงใช้กริ่งพระพุทธชินสีห์ประจำพระองค์คู่กับพระกริ่งสุจิตโต พิมพ์เล็ก

กริ่งชินราชอินโดจีน หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ

ลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราชอินโดจีน แต่เป็นกริ่ง ปลุกเสกโดยหลวงปู่เผือก มีอกเลาทั้งด้านหน้า และด้านหลัง

เช่ามาจากตลาดถนอมมิตร ถนนวัชรพล ร้านคุณป้า เป็นพระที่หายากเพราะมีจำนวนสร้างน้อย ต่างจากชินราชอินโดจีน ซึ่งสร้างจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่มีไว้ในครอบครองจึงนับว่ามีบุญ และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยจะแบ่งใครดูครับ

ส่องกลองดูแล้วสวยมากครับ เนื้อทองเหลืองดูเก่ามากเนื่องจากสร้างรุ่นเดี่ยวกับ ชินราชอินโดจีน ราวปี 2485 วรรณะออกเหลืองทองครับสวยจริงๆ

วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ เป็นวัดเก่า สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๘ เดิมชื่อ วัดกิ่งไผ่ ต่อมา หม่อมแก้ว ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ จึงได้เรียกชื่อวัดใหม่ว่า วัดกิ่งแก้ว ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๒ หลวงพ่อเผือก ซึ่งเป็นพระลูกวัดได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทนพระอาจารย์ซึ่งมรณภาพ หลวงพ่อเผือก ได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองมาก และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูกรุณาวิหารี ท่านเป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังในสมัยนั้นมาก ด้วยเหตุนี้ พระเครื่องของ หลวงปู่เผือก จึงได้รับความนิยมศรัทธาของชาวบ้านมาก เรียกว่าเป็นสุดยอดในย่านนั้นเลยทีเดียว ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๐๑ สิริรวมอายุได้ ๘๙ ปี พรรษา ๖๙ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลหลายอย่าง เช่น พระเนื้อผง พระเนื้อผงผสมว่าน พระสมเด็จ พระนางพญา พระปิดตา เหรียญรูปเหมือน พระรูปเหมือน รูปถ่าย ตะกรุด แหวน ลูกอม ผ้ายันต์ ฯลฯ ที่โด่งดังจนเป็นที่รู้กันดี คือ พระผงรุ่นขุดสระ ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก และที่นิยมกันมากอีกอย่างหนึ่ง คือ พระพุทธชินราช ซึ่งมีพิมพ์ทรงคล้ายกับ พระพุทธชินราช อินโดจีน วัดสุทัศนฯ ปี ๒๔๘๕ โดย พระพุทธชินราช หลวงปู่เผือก รุ่นนี้ประกอบพิธีเททองแบบโบราณ ในปีเดียวกันคือ ๒๔๘๕ มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองผสม และ เนื้ออัลปาก้า มีหลากหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์ ๒ เดือย พิมพ์ครึ่งซีก พิมพ์อกเลาหน้าอกเลาหลัง คือ องค์ในภาพนี้ ซึ่งเป็นของนักสะสมคนรุ่นเก่าท่านหนึ่ง (ไม่ประสงค์จะออกนาม) พระสวยสมบูรณ์สภาพนี้เนื้อนี้ราคาเช่าหาอยู่ที่หลักหมื่นกลางขึ้นไปจนถึงหลักแสน ส่วนที่เป็นเนื้อทองผสม ราคาจะหย่อนลงมาหน่อยหนึ่ง

(ข้อมูลจากเวป คม ชัด ลึก)