Tag: นครปฐม

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อดี สุวัณโณ วัดสุวรรณ 2506 นครปฐม

เปิดประวัติ”หลวงพ่อดี” เหรียญยอดนิยม-ดีสมชื่อ(จบ)
มุมพระเก่า
อภิญญา

(จากเวป ข่าวสด)

‘หลวงพ่อดี สุวัณโณ’ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระเกจิดังแห่งเมืองนครปฐม ที่ชาวบ้านในพื้นที่พุทธมณฑล-ศาลายา ต่างเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก

พื้นเพท่านเป็นชาวตำบลมหาสวัสดิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ.2446 ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

กระทั่งอายุ 18 ปี สนใจที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียน แต่สมัยนั้นโรงเรียนหายากจึงเข้าบรรพชา ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่มีการศึกษาเจริญรุ่งเรือง เพราะพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) ท่านส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

เมื่อบรรพชาแล้ว จึงอยู่ศึกษาที่วัดกลางบางแก้ว โดยเรียนสนธิมูลกัจจายน์กับพระอาจารย์เนียม ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในวัดกลางบางแก้ว ภายใต้การควบคุมดูแลจากหลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิด และศึกษาอักขระขอมกับพระอาจารย์แสง อาจารย์ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางอักขระวิธีจนมีความรู้เป็นอย่างดี

ถึงปี พ.ศ.2466 อายุล่วงเข้า 20 ปี อุปสมบทที่วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย (อาจารย์วิปัสสนาชื่อดัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพุฒ วัดกกตาล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดบุญ วัดแค เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุวัณโณ

หลังอุปสมบทแล้ว ได้อยู่เฝ้าปรนนิบัติอุปัชฌาย์ ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุวรรณ ซึ่งในขณะนั้นมีหลวงพ่อเนียม เป็นเจ้าอาวาส

เหตุที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุวรรณ ด้วยหลวงพ่อเนียม เจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ของท่าน เมื่อครั้งเป็นสามเณร ภายหลังหลวงปู่บุญได้ส่งมาปกครองวัดสุวรรณ ระหว่างนั้นท่านได้ออกธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก เจริญวิปัสสนา บางปีท่านก็จะไปจำพรรษาอยู่ที่อื่นๆ เช่น ที่วัดขนอนคด ราชบุรี วัดกกตาล และที่สระบุรีบ้าง

ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเนียมมรณภาพ ชาวบ้านซึ่งได้เห็นท่านมีจริยวัตรน่าเลื่อมใส จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา

ท่านได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งพระหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสัง ขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรม จนมีความสวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนี้ ยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดี คือ ความดี ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ครั้งหนึ่งเด็กวัดเดินชนท่าน ท่านยิ้มและแผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก หรือในบางครั้งมีพระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป

ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก อาทิ ธงมหามงคล ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวย

นอกจากธงมหามงคล หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ โดดเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

เคยมีคำร่ำลือว่า พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่าน เกิดมีเรื่องถึงยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี เมื่อสอบถามกันได้ความมีเหรียญหลวงพ่อดี ทั้งสองฝ่ายจึงเลิกวิวาทกัน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อมาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า จำนวน 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้าง รุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์

หลวงพ่อดี มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

ก่อนมรณภาพ หลวงพ่อดีสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาได้จัดงานพระราชทานเพลิง จนเกิดปาฏิหาริย์สังขาร ไม่ไหม้ไฟ

ระหว่างที่ “หลวงพ่อดี สุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านนี้ ท่านก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรมจนมีความ สวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนั้นยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดีนั้นแปลกกว่าพระคณาจารย์อื่นๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านคือ “ความดี” ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ยากจะหาเถระใดปฏิบัติได้เช่นท่าน ท่านดีจริงๆ ดีจนไม่น่าเชื่อ แม้เด็กวัดจะเดินชนท่าน ท่านก็ยิ้มเฉย แผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก คือ ชนะความชั่วด้วยความดี พระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง

เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

โดยเฉพาะ “ธงมหามงคล” ครั้งหนึ่ง ท่านปัดกวาดห้องพระภายในกุฏิเจ้าอาวาสเก่า ท่านได้พบธงลงยันต์ผืนหนึ่งมีความสวยงามมาก เป็นแบบฉบับที่ดี ที่ท่านพึงพอใจ (ภายหลังทราบว่าเป็นธงของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม) ท่านจึงนำมาศึกษาจนมีความเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วทำแจกจ่ายแก่บรรดาศิษย์ให้ทดลองนำไปใช้ ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดีในทางมหาลาภ ร้านค้าใดมีธงของท่านปักไว้ ก็ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวยไปตามๆ กัน จนท่านลงไม่ทัน เพราะธงนั้นต้องลงอักขระด้วยมือ

บางรายนำไปใช้คุ้มครองบ้านเรือนก็ได้ผล ขโมยเข้าบ้านไม่ถูก เดินไปทางไหนเห็นกอไผ่บังหน้าเต็มไปหมด มีอยู่หลายรายนำไปใช้ป้องกันฝนตก ก็ได้ผล เพราะถึงฤดูก่อนเข้าพรรษา มีชาวบ้านต้องทำพิธีบวชลูกหลานกันมาก ตามบ้านนอกพื้นดินบริเวณบ้านเป็นลานดิน หากฝนตกลงมาการจัดงานก็ลำบาก จึงได้ใช้ธงหลวงพ่อดีเอาขึ้นปักไว้บนหลังคาบ้าน จุดธูปบอกกล่าว ปรากฏว่าฝนไม่ตกลงมาบริเวณงาน แต่รอบๆ ทั่วไปตกลงมาเป็นเทน้ำ เรื่องนี้ร่ำลือกันมาก

นอกจากธงมหามงคลแล้ว หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ แจกจ่ายไปจนหมด ปรากฏว่าทางเมตตามหานิยมเป็นเอก ส่วนทางคงกระพันชาตรีก็แน่เหมือนกัน พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่านเอาไปใช้ เกิดมีเรื่องยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี ทำไปทำมาเมื่อสอบถามกันได้ความ มีเหรียญเหมือนกันคือ เหรียญหลวงพ่อดี จึงเลิกวิวาทกัน หันมาดีกันสมชื่อของท่าน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อมาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า ขึ้นมาอีก 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้างรุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์ เพราะสร้างครึ่งองค์แล้วมีคนท้วงว่าขัดกับลักษณะของหลวงพ่อ ซึ่งเป็นพระใจดี แต่ให้รูปทั้งทีให้แค่ครึ่งเดียว ไหนๆ จะให้กันทั้งทีต้องให้ทั้งองค์

จนกระทั่งอายุได้ 89 ปี พรรษาที่ 68 จึงถึงแก่มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 ก่อนมรณภาพท่านสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาจัดงานพระราชทานเพลิง เกิดปาฏิหาริย์ร่างท่านไม่ไหม้ไฟ

‘หลวง พ่อดี สุวัณโณ’ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระเกจิดังแห่งเมืองนครปฐม ที่ชาวบ้านในพื้นที่พุทธมณฑล-ศาลายา ต่างเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก

พื้นเพท่านเป็นชาวตำบลมหา สวัสดิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ.2446 ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

กระทั่งอายุ 18 ปี สนใจที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียน แต่สมัยนั้นโรงเรียนหายากจึงเข้าบรรพชา ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่มีการศึกษาเจริญรุ่งเรือง เพราะพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) ท่านส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

เมื่อบรรพชาแล้ว จึงอยู่ศึกษาที่วัดกลางบางแก้ว โดยเรียนสนธิมูลกัจจายน์กับพระอาจารย์เนียม ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในวัดกลางบางแก้ว ภายใต้การควบคุมดูแลจากหลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิด และศึกษาอักขระขอมกับพระอาจารย์แสง อาจารย์ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางอักขระวิธีจนมีความรู้เป็นอย่างดี

ถึงปี พ.ศ.2466 อายุล่วงเข้า 20 ปี อุปสมบทที่วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย (อาจารย์วิปัสสนาชื่อดัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพุฒ วัดกกตาล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดบุญ วัดแค เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุวัณโณ

หลังอุปสมบทแล้ว ได้อยู่เฝ้าปรนนิบัติอุปัชฌาย์ ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุวรรณ ซึ่งในขณะนั้นมีหลวงพ่อเนียม เป็นเจ้าอาวาส

เหตุ ที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุวรรณ ด้วยหลวงพ่อเนียม เจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ของท่าน เมื่อครั้งเป็นสามเณร ภายหลังหลวงปู่บุญได้ส่งมาปกครองวัดสุวรรณ ระหว่างนั้นท่านได้ออกธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก เจริญวิปัสสนา บางปีท่านก็จะไปจำพรรษาอยู่ที่อื่นๆ เช่น ที่วัดขนอนคด ราชบุรี วัดกกตาล และที่สระบุรีบ้าง

ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเนียมมรณภาพ ชาวบ้านซึ่งได้เห็นท่านมีจริยวัตรน่าเลื่อมใส จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา

ท่าน ได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งพระหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสัง ขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรม จนมีความสวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนี้ ยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความ ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดี คือ ความดี ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ครั้งหนึ่งเด็กวัดเดินชนท่าน ท่านยิ้มและแผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก หรือในบางครั้งมีพระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป

ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก อาทิ ธงมหามงคล ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวย

นอกจากธงมหามงคล หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ โดดเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

เคยมีคำร่ำลือว่า พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่าน เกิดมีเรื่องถึงยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี เมื่อสอบถามกันได้ความมีเหรียญหลวงพ่อดี ทั้งสองฝ่ายจึงเลิกวิวาทกัน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อ มาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า จำนวน 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้าง รุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์

หลวงพ่อดี มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

ก่อนมรณภาพ หลวงพ่อดีสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาได้จัดงานพระราชทานเพลิง จนเกิดปาฏิหาริย์สังขาร ไม่ไหม้ไฟ

Advertisements

เหรียญ ๒๕ พุทธศตวรรษเหรียญที่ระลึกแห่งการสร้างพุทธมณฑล จ.นครปฐม

โดย ไตรเทพ ไกรงู/หนังสือพิมพ์ออนไล วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔

aijdabijkh95b9bgi5bd8

การจัดสร้างพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ถือว่าสุดยอดแห่งประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่อง พิธีจัดสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีตั้งแต่กรุงรัตน์โกสินทร์เป็น ราชธานีมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีพิธีใดจะยิ่งใหญ่เท่า

วัตถุประสงค์การจัดพระ ๒๕ พุทธศตวรรษ เพื่อหารายได้สร้างพุทธมณฑลที่ ศาลายา จ.นครปฐม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาในเมืองไทย สมัยนั้นใครที่ไปติดต่อราชการที่อำเภอหรือจังหวัด จะต้องทำบุญเช่าพระ พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ สมัยก่อน ๑ องค์ ๕ บาท ทำให้คนไทยเกือบทุกบ้านมีพระรุ่นนี้กันอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๘ และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปจำลอง "พระพุทธปฏิมาประธานพุทธมณฑล" รวมทั้งทรงกดพระพิมพ์ พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมเกสร จำนวน ๓๐ องค์ ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐

มีพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยจำนวนมาก เรียกว่ารูปใดดังมีชื่อเสียงในสมัยก็นิมนต์มากปลุกเสกทุกวัด เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร  กทม.

พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อทองคำ มีการจัดสร้างเพียง ๒,๕๐๐ องค์ เพื่อให้สอดคล้องกับปีการจัดสร้าง คือ พ.ศ.๒๕๐๐ ใช้ทองคำหนักประมาณ ๖ สลึง โดยใช้วิธีสั่งจองล่วงหน้าในราคา ๒,๕๐๐ บาท

นอกจากนี้แล้วมีการจัดสร้างพระเพื่อเป็นการสมนาคุณกับผู้ร่วมทำบุญอีกด้วย คือ พระเนื้อทองคำหนัก ๑ บาท อีก ๑๕ องค์ มอบเป็นที่ระลึกให้ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล ๑๐,๐๐๐ บาท ในครั้งนั้นมีผู้สมบททุนสร้าง ๑๕ ราย

ส่วนเนื้อนากนั้นมีการจัดสร้าง ๓๐ องค์ หนัก ๑ บาท เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกสำหรับผู้ทำบุญ ๕,๐๐๐ บาท มีผู้ทำบุญ ๓๐ ราย ในขณะที่ผู้ทำบุญ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับมอบพระเนื้อเงิน ๑ องค์ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมทำบุญ ๓๐๐ ราย

เนื่องจากจำนวนสร้างมีมากเป็นล้านองค์ ทำให้ยังคงมีเหลืออยู่ที่พุทธมณฑล ในขณะเดียวกันในตลาดพระก็ยังมีการเช่าบูชากันในราคาที่ไม่แพงนัก ยกเว้นพระเนื้อพิเศษ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน หรือหรือดินเผาสีแปลกๆ องค์สวยคมชัดมาก ก็อาจจะมีราคาแพงกว่าองค์ธรรมดา

เหรียญจิ๊กโก๋ใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ปี๒๕๐๖

ReplyID0265337-PIC1

ท่านเจ้าคุณราชโมฬี วัดพระเชตุพน ท่านได้ปรารภกับหลวงพ่อเงินขอตั้ง “มูลนิธิ” ของหลวงพ่อขึ้นไว้สักทุนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อก็เห็นชอบด้วยเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างมูลนิธิคราวนี้ ท่านเจ้าคุณได้ออกแบบให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์เหรียญ 3 ขนาด สำหรับแจกจ่าย คือ

เหรียญกลมมีรูปหลวงพ่ออยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพัดยศ สร้างครั้งแรกในงานฝังลูกนิมิตวัดพระงาม อำเภอเมือง นครปฐม ซึ่งหลวงพ่อเป็นประธานในการสร้างอุโบสถหลังนี้ เหรียญนี้ นายเอนก ศิริสัมพันธ์ เป็นช่างแกะออกแบบ แล้วให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์หมื่นองค์ ใช้วัสดุทองคำ นาก เงิน และนิเกิล เฉพาะนิเกิลจำนวนพิมพ์หมื่นองค์ งานฝังพัทธเสมาคราวนั้นได้เงินถึง 8 แสนเศษ ซึ่งไม่คาดหมายมาก่อน เหรียญรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า “หลวงพ่อเงินแปดแสน”

ส่วนอึก ๒ เหรียญ เป็นเหรียญใหญ่ และเหรียญเล็ก ลักษณะเดียวกัน คือมีรูป หลวงพ่อด้านหน้า กับมี “โคกยายหอม” อยู่ด้านหลัง สร้างในคราวมีการทอดกฐินสามัคคี ซึ่ง พลเอก จิตติ นาวีเสถียร เป็นประธาน เมื่อปี 2506

โดยที่เหรียญ 3 แบบนี้ มีความงดงามมาก จึงได้มีผู้นิยมแพร่หลายไม่แพ้พระรุ่นอื่น ๆ มีข้อที่น่าสังเกตประการหนึ่ง คือ พระที่หลวงพ่อสร้างไม่ว่าจะแบบใดรุ่นใด ได้ระบาดไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อพบนักเลงพระ ถ้าถามหาพระหรือเสมาของหลวงพ่อเป็นมีให้ชมทั้งนั้น เหรียญและเสมาที่สร้างโดยโรงกษาปณ์นี้ มีแบบและลวดลายประณีตมาก (ภาพ และข้อความจากเวป)

ที่ได้มาเป็นเนื้อออกสีทอง น่าจะเป็นเนื้อนาคมากกว่า

พระปิดตา เนื้อเมฆพัตร หลวงปู่นาค พิมพ์หูกระต่าย วัดห้วยจรเข้

หลวงปู่ นาคท่านเริ่มสร้าง หระปิดตามหาอุด เนื้อเมฆพัด ขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2432-2435 มีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ คือ พิมพ์สะดือจุ่น, พิมพ์หูกระต่าย, พิมพ์ต้อ, พิมพ์เล็ก เป็นต้น ในสมัยนั้นการสร้างพระปิดตาเป็นเรื่องยากและลำบาก ซึ่งท่านต้องปั้นพิมพ์และเทโลหะด้วยตัวท่านเอง โดยมีลูกศิษย์คอยช่วยเหลือในการตั้งเตาหลอมและการสูบลม การหล่อประณีตไม่มีรอยตะเข็บไม่มีฟองอากาศ เนื้อพระมีสีดำอมเขียวและมีเหลือบปีกแมลงทับสวยงามมาก เล่ากันว่าเมื่อเทพระเสร็จท่านจะนำพระปิดตาระเบิดน้ำลงไป จารใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วก็จะปล่อยให้ พระปิดตาลอยขึ้นมาเอง และลูกศิษย์ก็จะพายเรือตามเก็บ

หลวงปู่นาคท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดผู้สร้างแห่ง พระเบญจภาคีปิดตามหาอุด เนื้อเมฆพัดของเมืองไทย พระเบญจภาคีปิดตามหาอุดเนื้อเมฆพัดประกอยด้วย 1. พระปิดตามหาอุด หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม 2. พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม 3. พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อดี วัดบ้านยาง จ.นครปฐม 4. พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน จ.ราชบุรี 5. พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อชม วัดบางปลา จ.นครปฐม ในทางด้านพุทธคุณคงไม่ต้องพูดถึงเพราะแค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มหาอุด”

(ภาพ และเนื้อหาจากเวป)

เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี พระปิดตาเนื้อโลหะ ได้มาเป็นองค์ที่เหมือนรูปครับ พิมพ์หูกระต่าย มีจารสวยงาม เต็มองค์

เหรียญหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เนื้อเงิน ปี 2492

เหรียญหลวงปู่บุญ เนื้อเงิน ออกที่วัดไทยยาวาส ปี 2492 หลังยันต์ใหญ่ นิยม หายากมากครับ ดูหนังสือ SPIRIT เล่ม 43 หน้า 95 ปี 51

รูปและข้อมูลจากเวป

ผมได้มา 1 องค์พร้อมตลับเงิน