Tag: ปี2495

เหรียญหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง รุ่นแรก

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

พระกริ่งไพรีพินาศ รุ่นแรก ปี ๙๕ พิมพ์นิยมบัวเหลี่ยมแก่ทองคำ

พระกริ่งไพรีพินาศรุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๙๕ วัดบวรนิเวศวิหาร จัดสร้างขึ้นมาเป็นครั้งแรกและเป็นพระกริ่งไพรีพินาศรุ่นแรกของประเทศไทย พระกริ่งไพรีพินาศรุ่นแรกนี้มีพระพุทธคุณสูงมากในเรื่องการอำนวยความร่มเย็น เป็นสุขให้แก่ผู้บูชาและสะท้อนความมุ่งร้ายหมายอาฆาตพยาบาทของ ศัตรู(ไพรี)ให้พินาศพ่ายแพ้ไป องค์นี้เป็นเนื้อทองผสมที่แก่เนื้อทองคำ ทำให้ปรากฏคราบน้ำทองกระจายงามระยัพตาตามซอกตามมุมต่าง ๆ

——————————————————————————————————-

ในปี พ.ศ.2495 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุถวายเป็นพระราชกุศล และในปี พ.ศ.2496 ได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมา ทีฆายุมหมงคล จัดสร้างพระเครื่องวัตถุมงคลนามว่า “พระไพรีพินาศ” โดยจำลองพุทธลักษณะของพระไพรีพินาศเดิม มีทั้ง พระบูชา พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ ตลอดจนหม้อน้ำมนต์

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 ใช้กรรมวิธีการสร้างตามแบบตำนานพระกริ่งที่ได้ตกทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระ มหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และมีพุทธลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะคือ เนื้อโลหะที่สร้างเป็นเนื้อทองเหลืองที่มีลักษณะพิเศษ ถึงแม้จะผ่านเวลาเนิ่นนานสีสันยังคงเป็นสีเหลืองสดใสที่อมเขียวอย่างเจือจาง เล็กน้อย กรรมวิธีการสร้างเป็นพุทธศิลปะการเทแบบโบราณ ไม่มีการแต่งผิวหรือแต่งองค์พระ และหล่อโบราณ โดยใช้ “ดินขี้วัว” อันเป็นสูตรสำคัญในการหล่อพระพุทธปฏิมามาแต่สมัยอดีตหลายร้อยปี ทำให้เกิดเอกลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ที่ผิวขององค์พระจะปรากฏดินขี้วัวที่จับบนผิวพระไม่หนาเป็นปึก จะจับอยู่ในรูพรุนละเอียดทั้งองค์พระ และสีของดินขี้วัวจะเป็นสีเขียวอมดำเข้ม

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 หลายท่านจะเล่นเป็น พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2495 จะมีขนาดเท่ากันทุกองค์ และจากการถอดหุ่นเทียนด้านข้างโดยรอบขององค์พระจะเป็น “ตะเข็บ” ซึ่งเกิดจากการประกบแม่พิมพ์ พุทธลักษณะ เม็ดพระศกด้านหน้าเป็นเม็ดกลมโต มี 9 เม็ด ที่พระเนตรจะมีเม็ดตาดำรูปกลมแบน ค่อนข้างนูนต่ำ พระหัตถ์ข้างขวาหงายขึ้น ฐานด้านหลังด้านล่างเป็นตัวหนังสือบุ๋ม “ไพรีพินาศ” ซึ่งติดคมชัด มีตำหนิที่ก้นของพระกริ่งไพรีพินาศเป็นรอยตะไบและรอยเสี้ยน อันเกิดจากร่องรอยของการตะไบให้เรียบหลังจากการอุดก้นหลังใส่เม็ดพระกริ่งลง ไป อันนับเป็นตำหนิสำคัญของการดูพระแท้ทีเดียว และสัณฐานขององค์พระด้านขวาจะยกสูงส่วนด้านซ้ายจะทรุดต่ำเล็กน้อย

การจัดสร้างพระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 แบ่งเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานบัวเหลี่ยม และพิมพ์ฐานบัวแหลม ซึ่งต่างกันตรงฐานบัว ตามชื่อของพิมพ์ คือ บัวเหลี่ยมและบัวแหลม นอกจากนี้ เกสรบัวของพิมพ์บัวแหลมจะค่อนข้างชัดกว่า และอีกประการคือ เม็ดพระศกด้านหลังของพิมพ์บัวเหลี่ยมจะเป็นเม็ดกลมโตเหมือนด้านหน้า แต่พิมพ์บัวแหลมจะไม่ติดเป็นเม็ดกลม

นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง ในโอกาสมงคลต่างๆ ของวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีการจัดสร้างพระไพรีพินาศและพระกริ่งไพรีพินาศ สืบต่อกันมาครับผม ข่าวพระเครื่อง

ที่มา…www.khaosod.co.th

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6590 ข่าวสดรายวัน

โดย ราม วัชรประดิษฐ์

พุทธชินราชอินโดจีน วัดสุทัศน์ ปี๒๔๘๕

พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีนนี้เริ่มมีการดำริที่จะจัดสร้างโดยพลเรือตรี หลวงธำรงค์นาวาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นนายกพุทธสมาคม แห่งประเทศไทย เนื่องจากตอนนั้นมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส เรื่องสิทธิเหนือดินแดนของอินโดจีน ในราวปีพ.ศ.2483-2484 วัตถุประสงค์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ทหารที่ไปราชการสงคราม และให้ประชาชนโดยทั่วไปได้มีโอกาสเช่าบูชา

ต่อมาในปีพ.ศ.2485 สงคราม โลกครั้งที่ 2 ก็กำลังก่อตัวขึ้นในภูมิภาคนี้ จึงได้มีการจัดสร้างพระ พุทธชินราช รุ่นอินโดจีนขึ้น ในตอนแรกมีกำหนดการให้ทำพิธีเททองหล่อ พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก แต่มีเหตุต้องเปลี่ยนสถานที่การเททองให้มาทำพิธีที่วัดสุทัศน์ แทน เนื่องจากในขณะนั้นกำลังอยู่ในช่วงสงครามโลก ไม่สะดวกในการเดินทางและทำพิธี จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน สถานที่มายังวัดสุทัศน์แทน

กำหนดการทำพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ คือวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2485 โดยมีสมเด็จพระสังฆราชแพ เป็นองค์ประธาน และท่านเจ้าคุณศรีสนธิ์ เป็นผู้ดำเนินงาน ทำพิธี ณ มณฑลพิธีหน้าพระอุโบสถ วัดสุทัศน์ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย และได้มอบหมายให้ช่างอีกหลายโรงงานรับช่วงไปดำเนินงานต่อจนเสร็จ ชนวนมวลสารที่ใช้หล่อนั้นประกอบด้วยชนวนโลหะของวัดสุทัศน์ แผ่นจารจากพระคณาจารย์ทั่วประเทศ รวมทั้งโลหะทองเหลืองที่ประชาชนนำมาบริจาคให้

หลังจากนั้นเมื่อหล่อ พระเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงนำพระทั้งหมดมามอบให้กับทางพุทธสมาคมฯ เพื่อตอกโค้ด เป็นรูปธรรมจักร และรูปอกเลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก พระส่วนใหญ่ได้ทำการตอกโค้ดจนครบ แต่ได้มีพระอีกเพียงบางส่วนที่ยังไม่ได้ตอกโค้ด เนื่องจากโค้ดชำรุดเสียก่อน และได้นำพระทั้งหมดเข้าทำพิธีมหาพุทธาภิเษก ที่วัดสุทัศน์

การสร้าง พระเครื่องชุดนี้ยึดเอาพระพุทธลักษณะจาก องค์พระพุทธชินราชจากจังหวัด พิษณุโลกเป็นองค์ต้นแบบ  มีการสร้างแบ่งเป็น  3  ชนิดด้วยกัน  ประกอบด้วย

  1. พระบูชา  สร้างด้วยวิธีการหล่อเป็นพระพุทธรูปขัดเงา  มีซุ้มเรือนแก้วเหมือนพระพุทธชิน-ราชองค์ปัจจุบัน  การจัดสร้างในครั้งนั้นจัดสร้างตามจำนวนผู้สั่งจอง  โดยผู้ที่สั่งจองจะต้องส่งเงินจำนวน  150  บาท  ไปยังคณะกรรมการเพื่อเป็นทุนจัดสร้างเท่านั้น  (ต่อ  1  องค์)  และมีการแจกจ่ายให้กับจังหวัดทุกจังหวัด  จังหวัดละ  1  องค์  ทั่วประเทศ
  2. พระเครื่อง  แบ่งการสร้างเป็น  2  ชนิด  คือ  แบบรูปหล่อและเหรียญ  พระรูปหล่อมีพุทธ-ลักษณะเหมือนพระพุทธชินราชเป็นรูปลอยองค์  ประกอบด้วย  พิมพ์สังฆาฏิยาว  พิมพ์สังฆาฏิสั้น  และ  พิมพ์ต้อ
  3. เหรียญ  สร้างด้วยวิธีการปั๊ม  มีลักษณะเป็นเหรียญรูปเสมา  ด้านหน้าเป็นรูปองค์พระพุทธชินราชประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว  ส่วนด้านหลังของเหรียญจะเป็นรูป ดอกเลาบานประตูพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

สถานที่จัดสร้าง

พระพุทธชินราชอินโดจีน   จัดพิธีการสร้างขึ้นที่วัดสุทัศน์   และปลุกเสกในพระอุโบสถวัดสุทัศน์  ในวันที่  21  มีนาคม  เสาร์  5  (วันเสาร์ขึ้น  5  ค่ำ  เดือน  5)  ปี พ.ศ. 2485  ดำเนินการสร้างและออกแบบโดยกรมศิลปากร  โดยมีท่านเจ้าพระคุณ  สมเด็จพระสังฆราชแพ  เป็นองค์ประธาน  และท่านเจ้าคุณสัจจญาณมุนี (สนธิ์)  เป็นผู้ดำเนินการ  ได้ทำพิธีลงทองถูกต้องตามตำราการสร้างพระกริ่งของวัดสุทัศน์ทุกประการ  นอกจากนั้นยังมีแผ่นทองจากพระเกจิอาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีอีกจำนวนหนึ่ง  จึงนับได้ว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์พิธีหนึ่ง  ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยพระเกจิอาจารย์ 108 รูปที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นจากทั่วประเทศเลยทีเดียว

รายนามพระเกจิอาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีในครั้งนั้น  มีดังนี้

  1. สมเด็จพระสังฆราชแพ  วัดสุทัศน์เทพวราราม  กรุงเทพ
  2. พระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์)  วัดสุทัศน์เทพวราราม  กรุงเทพ
  3. พระครูใบฎีกา  (ประหยัด)  วัดสุทัศน์เทพวราราม  กรุงเทพ
  4. พระครูอาคมสุนทร  (มา)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  5. พระครูพิพัฒนบรรณกิจ  (วิเชียร)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  6. พระครูสรกิจพิศาล  (ศุข)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  7. พระครูสุนทรศิลาจารย์  (เจิม)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  8. พระครูพิบูรณ์บรรณวัตร  (สนิท)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  9. พระครูสมถกิติคุณ  (ชุ่ม)  วัดพระประโทน  นครปฐม
  10. พระธรรมเจดีย์  (สมเด็จพระสังฆราชอยู่)  วัดสระเกศ  กรุงเทพ
  11. พระสุธรรมธีรคุณ  (วงษ์)  วัดสระเกศ  กรุงเทพ
  12. พระวิเชียรโมลี  (ปลั่ง)  วัดคูยาง  กำแพงเพชร
  13. พระพิมลธรรม  (นาค)  วัดอรุณราชวราราม  กรุงเทพ
  14. พระครูอรุณธรรมธาดา  (บัว)  วัดอรุณราชวราราม  กรุงเทพ
  15. พระครูสังฆพินิจ  (เฟื่อง)  วัดสัมพันธวงศ์  กรุงเทพ
  16. พระมหาโพธิวงศาจารย์  (นวม)  วัดอนงคาราม  กรุงเทพ
  17. พระปลัดเส่ง  วัดกัลยาฯ  กรุงเทพ
  18. พระสังฆราชา  (สอน)  วัดพลับ  กรุงเทพ
  19. พระสมุห์เชื้อ  วัดพลับ  กรุงเทพ
  20. พระครูถาวรสมณวงศ์  (อ๋อย)  วัดไทรบางขุนเทียน  กรุงเทพ
  21. พระพิษณุบุราจารย์  (แพ)  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  พิษณุโลก
  22. พระครูวิสุทธิศีลาจารย์  (พริ้ง)  วัดบางประกอก  กรุงเทพ
  23. หลวงพ่อหลิม  วัดทุ่งบางมด  กรุงเทพ
  24. พระอุบาลีคุณูปรมาจารย์  (เผื่อน)  วัดพระเชตุพนฯ  กรุงเทพ
  25. พระวิสิทธิ์สมโพธิ์  (เจีย)  วัดพระเชตุพนฯ  กรุงเทพ
  26. พระมงคลทิพย์มุณี  (เช็ก)  วัดทองธรรมชาติ  กรุงเทพ
  27. พระธรรมรังสี  (ปาน)  วัดเทพธิดาราม  กรุงเทพ
  28. พระญาณปริยัติ  (พริ้ง)  วัดราชนัดดา  กรุงเทพ
  29. พระสังกิจคุณ  (ขำ)  วัดตรีทศเทพ  กรุงเทพ
  30. พระปัญญาพิศาลการ  (หนู)  วัดประทุมวนาราม  กรุงเทพ
  31. พระปริยัติบัณฑิต  (ทองคำ)  วัดประทุมคงคาฯ  กรุงเทพ
  32. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์  (อ้วน)  วัดบรมนิวาศ  กรุงเทพ
  33. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  (เจริญ)  วัดเทพศิรินทร์  กรุงเทพ
  34. พระธรรมดิลก  (โสม)  วัดราชบูรณะ  กรุงเทพ
  35. พระครูวรเวทย์มนี  (อี๋)  วัดสัตหีบ  ชลบุรี
  36. พระครูศรีพนัคนิคม  (ศรี)  วัดพลับ  ชลบุรี
  37. พระครูวิบูลย์คณารักษ์  (ดิ่ง)  วัดบางวัว  แปดริ้ว  ฉะเชิงเทรา
  38. พระครูสิทธิสารคุณ  (จาด)  วัดบางกะเบา  ปราจีนบุรี
  39. พระครูกรุณาวิหารี  (เผือก)  วัดกิ่งแก้ว บางพลี  สมุทรปราการ
  40. พระครูพัก  วัดบึงทองหลาง  กรุงเทพ
  41. พระครูทองศุข  วัดโตนดหลวง  เพชรบุรี
  42. หลวงพ่ออิ่ม  วัดหัวเขา  สุพรรณบุรี
  43. พระวิสุทธิรังสี  (เปลี่ยน)  วัดใต้  กาญจนบุรี
  44. พระครูอดุลย์สมณกิจ  (ดี)  วัดเหนือ  กาญจนบุรี
  45. พระครูนิวิธสมาจารย์  (เหรียญ)  วัดหนองบัว  กาญจนบุรี
  46. พระครูยติวัตรวิบูลย์  (สอน)  วัดลาดหญ้า  กาญจนบุรี
  47. หลวงพ่อเหมือน  วัดโรงหีบ  ดอนเมือง  กรุงเทพ
  48. พระครูธรรมสุนทร  (จันทร์)  วัดบ้านยาง  ราชบุรี
  49. พระครูนนทวุฒาจารย์  (ช่วง)  วัดบางแพรกใต้  นนทบุรี
  50. พระครูนนทปรีชา  (เผือก)  วัดโมลีโลก  นนทบุรี
  51. พระครูโศภณศาสนกิจ  (กลิ่น)  วัดสะพานสูง  นนทบุรี
  52. หลวงพ่อแฉ่ง  วัดบางพัง  นนทบุรี
  53. สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์  (สมเด็จพระสังฆราช  ชื่น)  วัดบวรนิเวศฯ  กรุงเทพ
  54. พระสุพจน์มุนี  (ผิน)  วัดบวรนิเวศฯ  กรุงเทพ
  55. พระครูไพโรจน์มันตาคม  (รุ่ง)  วัดท่ากระบือ  สมุทรสาคร
  56. พระครูมหาชัยบริรักษ์  (เชย)  วัดเจษฎาราม  สมุทรสาคร
  57. พระครูสังวรศิลวัตร  (อาจ)  วัดดอนไก่ดี  สมุทรสาคร
  58. พระครูวัตตโกศล  (เจียง)  วัดเจริญสุขาราม  สมุทรสงคราม
  59. พระครูสุนทรโฆษิต  (ทองอยู่)  วัดประชาโฆษิตาราม  สมุทรสงคราม
  60. หลวงพ่อกลึง  วัดสวนแก้ว  สมุทรสงคราม
  61. หลวงพ่อไวย  วัดดาวดึงษ์  สมุทรสงคราม
  62. หลวงพ่อแช่ม  วัดตาก้อง  นครปฐม
  63. หลวงพ่อจง  วัดหน้าต่างนอก  อยุธยา
  64. หลวงพ่ออั้น  วัดพระญาติ  อยุธยา
  65. หลวงพ่อนอ  วัดกลางท่าเรือ  อยุธยา
  66. หลวงพ่อแจ่ม  วัดวังแดงเหนือ  อยุธยา
  67. หลวงพ่อเล็ก  วัดบางนมโค  อยุธยา
  68. หลวงพ่ออ่ำ  วัดวงฆ้อง  อยุธยา
  69. หลวงพ่อกรอง  วัดสว่างอารมณ์  อยุธยา
  70. หลวงพ่อจันทร์  วัดคลองระนงค์  ชุมแสง  นครสวรรค์
  71. พระครูทิวากรคุณ  (กลีบ)  วัดตลิ่งชัน  ธนบุรี
  72. พระราชโมรี  (นาค)  วัดระฆังฯ  ธนบุรี
  73. หลวงพ่อเกษวิกรม  (พูน)  วัดสังฆราชาวาส  สิงห์บุรี
  74. หลวงพ่อจันทร์  วัดนางหนู  ลพบุรี
  75. พระครูศิลธรานุรักษ์  (ปลอด)  วัดหลวงสุวรรณาราม  ลพบุรี
  76. พระครูศิลธรานุรักษ์  (ครุฑ)  วัดท่าพ่อ  พิจิตร
  77. หลวงพ่อพิธ  วัดฆะฆัง  พิจิตร
  78. หลวงพ่ออ่ำ  วัดหนองกระบอก  ระยอง
  79. หลวงพ่อทอง  วัดดอนสะท้อน  หลังสวน  ชุมพร
  80. พระมหาเมธังกร  (หมา)  วัดน้ำคือ  แพร่
  81. พระสุเมธีวรคุณ  (เปลี่ยม)  วัดเกาะหลัก  ประจวบคีรีขันธ์
  82. พระธรรมทานาจารย์  (อิ่ม)  วัดชัยพฤกษ์มาลา  ธนบุรี
  83. หลวงพ่อคง  วัดซำป่าง่าม  ปราจีนบุรี
  84. พระครูนันทธีราจารย์  (เหลือ)  วัดสาวชะโงก  ฉะเชิงเทรา
  85. พระครูกาแก้ว  (หมุ้น)  วัดหน้าพระธาตุ  นครศรีธรรมราช
  86. หลวงพ่อเส็ง  ประจันตคาม  ปราจีนบุรี
  87. พระอาจารย์ปลื้ม  วัดปากคลองมะขามเฒ่า  ชัยนาท
  88. หลวงพ่อพุ่ม  วัดบางโคล่นอก  กรุงเทพ
  89. พระญาณไตรโลก  (ฉาย)  วัดพนัญเชิง  อยุธยา
  90. หลวงพ่อขัน  วัดนกกระจาบ  อยุธยา  (อาพาธส่งตัวแทนมา)
  91. พลวงปู่ใจ  วัดเสด็จ  สมุทรสงคราม
  92. พระอาจารย์โชติ  วัดตะโน  ฝั่งธนบุรี  กรุงเทพ
  93. หลวงพ่อเงิน  วัดดอนยายหอม  นครปฐม
  94. หลวงพ่อโอภาสี  อาศรมบางมด  ฝั่งธนบุรี  กรุงเทพ
  95. หลวงพ่อเรือง  วัดใหม่พิณสุวรรณ  สุพรรณบุรี
  96. หลวงพ่อบุตร  วัดใหม่บางปลากด  สมุทรปราการ
  97. หลวงพ่อเดิม  วัดหนองโพธิ  นครสวรรค์  (จารแผ่นยันต์  มาร่วม)
  98. พระครูสุนทรสังฆกิจ  (ลา)  วัดแก่งคอย  สระบุรี  ฯลฯ

หลัง จากเสร็จพิธีแล้ว จึงนำออกมาแจกจ่ายให้แก่ทหารหาญที่ไปราชการสงคราม และประชาชนที่ได้สั่งจองไว้ พร้อมทั้งนำเอาไปถวายไว้ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลกอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนที่แจกจ่ายไปนี้เป็นพระที่ทำการตอกโค้ดแล้วทั้งสิ้น พระส่วนที่เหลือทั้งที่ตอกโค้ดและไม่ได้ตอกโค้ดทางพุทธสมาคมฯ ได้ทำการเก็บรักษาไว้ จนในปี พ.ศ.2516 จึงเปิดให้ประชาชนได้มีโอกาสได้เช่าบูชาอีกครั้งหนึ่ง

เหรียญพระครูสมุทวุฒาจารย์ (หลวงพ่อแขก อุตตโม) อายุครบ ๘๕ ปี วัดบางปลา สมุทรสาคร ปี๒๔๙๕

เป็นเหรียญรุ่นที่ ๒ ของท่าน สร้าง เพื่อเป็นที่ระลึกงานฉลองอายุครบ 85 พรรษา เป็นเหรียญหายากพอๆกับรุ่นแรก(พ.ศ.2488) เหรียญนี้จมูกโด่ง(ไม่ได้ผ่านการ built นะครับ) ผิวเดิมๆ สภาพกริ๊บๆครับ

เหรียญพระนิรันตราย วัดราชประดิษฯ ปี๒๔๙๕

เหรียญพระนิรันตราย ๒๔๙๕ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม วัดหลวงในรัชกาลที่๔ กทม ได้ชนวนเก่าจากหลายๆที่ และ มีพระเกจิยุคก่อน ๒๕๐๐ หลายท่านร่วมพิธีปลุกเสก เช่น ท่านเจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์) วัดสุทัศน์ฯ ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลพ.เส่ง วัดกัลยา ลพ.กึ๋น วัดดอนยานนาวา ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และคณาจารย์ร่วมสมัยอีกมากมายหลายท่าน จัดเป็นพิธีหลวงที่ใหญ่มากในสมัยนั้น

เหรียญทองแดงกระไหล่ทอง กระไหล่แห้ง บ่งบอกถึงอายุไขของเหรียญเกือบ60ปี แท้ดูง่าย สุดคลาสสิค สุดยอดนิรันตราย มวลสารดีพิธีใหญ่ เจตนาการจัดสร้างดี คณาจารย์เกจิยุคเก่าปลุกเสกเพียบ แขวนเดี่ยวสบายๆครับ ขนาด1.8 ซม.(วัดจากฐาน)Xสูง4ซม(ถึงหูเหรียญ) จัดเป็นเหรียญที่หาไม่ง่าย

เหรียญพระนิรันตราย ๒๔๙๕ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม วัดหลวงในรัชกาลที่๔ กทม ได้ชนวนเก่าจากหลายๆที่ และ มีพระเกจิยุคก่อน ๒๕๐๐ หลายท่านร่วมพิธีปลุกเสก เช่น ท่านเจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์) วัดสุทัศน์ฯ ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก ลพ.เส่ง วัดกัลยา ลพ.กึ๋น วัดดอนยานนาวา ลป.โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และคณาจารย์ร่วมสมัยอีกมากมายหลายท่าน จัดเป็นพิธีหลวงที่ใหญ่มากในสมัยนั้น
เหรียญทองแดงกระไหล่ทอง กระไหล่แห้ง บ่งบอกถึงอายุไขของเหรียญเกือบ60ปี แท้ดูง่าย สุดคลาสสิค สุดยอดนิรันตราย มวลสารดีพิธีใหญ่ เจตนาการจัดสร้างดี คณาจารย์เกจิยุคเก่าปลุกเสกเพียบ แขวนเดี่ยวสบายๆครับ ขนาด1.8 ซม.(วัดจากฐาน)Xสูง4ซม(ถึงหูเหรียญ) จัดเป็นเหรียญที่หาไม่ง่าย