Tag: รุ่นแรก

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อดี สุวัณโณ วัดสุวรรณ 2506 นครปฐม

เปิดประวัติ”หลวงพ่อดี” เหรียญยอดนิยม-ดีสมชื่อ(จบ)
มุมพระเก่า
อภิญญา

(จากเวป ข่าวสด)

‘หลวงพ่อดี สุวัณโณ’ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระเกจิดังแห่งเมืองนครปฐม ที่ชาวบ้านในพื้นที่พุทธมณฑล-ศาลายา ต่างเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก

พื้นเพท่านเป็นชาวตำบลมหาสวัสดิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ.2446 ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

กระทั่งอายุ 18 ปี สนใจที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียน แต่สมัยนั้นโรงเรียนหายากจึงเข้าบรรพชา ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่มีการศึกษาเจริญรุ่งเรือง เพราะพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) ท่านส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

เมื่อบรรพชาแล้ว จึงอยู่ศึกษาที่วัดกลางบางแก้ว โดยเรียนสนธิมูลกัจจายน์กับพระอาจารย์เนียม ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในวัดกลางบางแก้ว ภายใต้การควบคุมดูแลจากหลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิด และศึกษาอักขระขอมกับพระอาจารย์แสง อาจารย์ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางอักขระวิธีจนมีความรู้เป็นอย่างดี

ถึงปี พ.ศ.2466 อายุล่วงเข้า 20 ปี อุปสมบทที่วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย (อาจารย์วิปัสสนาชื่อดัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพุฒ วัดกกตาล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดบุญ วัดแค เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุวัณโณ

หลังอุปสมบทแล้ว ได้อยู่เฝ้าปรนนิบัติอุปัชฌาย์ ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุวรรณ ซึ่งในขณะนั้นมีหลวงพ่อเนียม เป็นเจ้าอาวาส

เหตุที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุวรรณ ด้วยหลวงพ่อเนียม เจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ของท่าน เมื่อครั้งเป็นสามเณร ภายหลังหลวงปู่บุญได้ส่งมาปกครองวัดสุวรรณ ระหว่างนั้นท่านได้ออกธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก เจริญวิปัสสนา บางปีท่านก็จะไปจำพรรษาอยู่ที่อื่นๆ เช่น ที่วัดขนอนคด ราชบุรี วัดกกตาล และที่สระบุรีบ้าง

ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเนียมมรณภาพ ชาวบ้านซึ่งได้เห็นท่านมีจริยวัตรน่าเลื่อมใส จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา

ท่านได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งพระหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสัง ขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรม จนมีความสวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนี้ ยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดี คือ ความดี ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ครั้งหนึ่งเด็กวัดเดินชนท่าน ท่านยิ้มและแผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก หรือในบางครั้งมีพระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป

ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก อาทิ ธงมหามงคล ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวย

นอกจากธงมหามงคล หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ โดดเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

เคยมีคำร่ำลือว่า พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่าน เกิดมีเรื่องถึงยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี เมื่อสอบถามกันได้ความมีเหรียญหลวงพ่อดี ทั้งสองฝ่ายจึงเลิกวิวาทกัน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อมาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า จำนวน 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้าง รุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์

หลวงพ่อดี มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

ก่อนมรณภาพ หลวงพ่อดีสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาได้จัดงานพระราชทานเพลิง จนเกิดปาฏิหาริย์สังขาร ไม่ไหม้ไฟ

ระหว่างที่ “หลวงพ่อดี สุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านนี้ ท่านก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรมจนมีความ สวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนั้นยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดีนั้นแปลกกว่าพระคณาจารย์อื่นๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านคือ “ความดี” ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ยากจะหาเถระใดปฏิบัติได้เช่นท่าน ท่านดีจริงๆ ดีจนไม่น่าเชื่อ แม้เด็กวัดจะเดินชนท่าน ท่านก็ยิ้มเฉย แผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก คือ ชนะความชั่วด้วยความดี พระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง

เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

โดยเฉพาะ “ธงมหามงคล” ครั้งหนึ่ง ท่านปัดกวาดห้องพระภายในกุฏิเจ้าอาวาสเก่า ท่านได้พบธงลงยันต์ผืนหนึ่งมีความสวยงามมาก เป็นแบบฉบับที่ดี ที่ท่านพึงพอใจ (ภายหลังทราบว่าเป็นธงของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม) ท่านจึงนำมาศึกษาจนมีความเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วทำแจกจ่ายแก่บรรดาศิษย์ให้ทดลองนำไปใช้ ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดีในทางมหาลาภ ร้านค้าใดมีธงของท่านปักไว้ ก็ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวยไปตามๆ กัน จนท่านลงไม่ทัน เพราะธงนั้นต้องลงอักขระด้วยมือ

บางรายนำไปใช้คุ้มครองบ้านเรือนก็ได้ผล ขโมยเข้าบ้านไม่ถูก เดินไปทางไหนเห็นกอไผ่บังหน้าเต็มไปหมด มีอยู่หลายรายนำไปใช้ป้องกันฝนตก ก็ได้ผล เพราะถึงฤดูก่อนเข้าพรรษา มีชาวบ้านต้องทำพิธีบวชลูกหลานกันมาก ตามบ้านนอกพื้นดินบริเวณบ้านเป็นลานดิน หากฝนตกลงมาการจัดงานก็ลำบาก จึงได้ใช้ธงหลวงพ่อดีเอาขึ้นปักไว้บนหลังคาบ้าน จุดธูปบอกกล่าว ปรากฏว่าฝนไม่ตกลงมาบริเวณงาน แต่รอบๆ ทั่วไปตกลงมาเป็นเทน้ำ เรื่องนี้ร่ำลือกันมาก

นอกจากธงมหามงคลแล้ว หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ แจกจ่ายไปจนหมด ปรากฏว่าทางเมตตามหานิยมเป็นเอก ส่วนทางคงกระพันชาตรีก็แน่เหมือนกัน พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่านเอาไปใช้ เกิดมีเรื่องยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี ทำไปทำมาเมื่อสอบถามกันได้ความ มีเหรียญเหมือนกันคือ เหรียญหลวงพ่อดี จึงเลิกวิวาทกัน หันมาดีกันสมชื่อของท่าน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อมาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า ขึ้นมาอีก 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้างรุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์ เพราะสร้างครึ่งองค์แล้วมีคนท้วงว่าขัดกับลักษณะของหลวงพ่อ ซึ่งเป็นพระใจดี แต่ให้รูปทั้งทีให้แค่ครึ่งเดียว ไหนๆ จะให้กันทั้งทีต้องให้ทั้งองค์

จนกระทั่งอายุได้ 89 ปี พรรษาที่ 68 จึงถึงแก่มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 ก่อนมรณภาพท่านสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาจัดงานพระราชทานเพลิง เกิดปาฏิหาริย์ร่างท่านไม่ไหม้ไฟ

‘หลวง พ่อดี สุวัณโณ’ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระเกจิดังแห่งเมืองนครปฐม ที่ชาวบ้านในพื้นที่พุทธมณฑล-ศาลายา ต่างเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก

พื้นเพท่านเป็นชาวตำบลมหา สวัสดิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ.2446 ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

กระทั่งอายุ 18 ปี สนใจที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียน แต่สมัยนั้นโรงเรียนหายากจึงเข้าบรรพชา ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่มีการศึกษาเจริญรุ่งเรือง เพราะพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) ท่านส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

เมื่อบรรพชาแล้ว จึงอยู่ศึกษาที่วัดกลางบางแก้ว โดยเรียนสนธิมูลกัจจายน์กับพระอาจารย์เนียม ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในวัดกลางบางแก้ว ภายใต้การควบคุมดูแลจากหลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิด และศึกษาอักขระขอมกับพระอาจารย์แสง อาจารย์ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางอักขระวิธีจนมีความรู้เป็นอย่างดี

ถึงปี พ.ศ.2466 อายุล่วงเข้า 20 ปี อุปสมบทที่วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย (อาจารย์วิปัสสนาชื่อดัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพุฒ วัดกกตาล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดบุญ วัดแค เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุวัณโณ

หลังอุปสมบทแล้ว ได้อยู่เฝ้าปรนนิบัติอุปัชฌาย์ ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุวรรณ ซึ่งในขณะนั้นมีหลวงพ่อเนียม เป็นเจ้าอาวาส

เหตุ ที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุวรรณ ด้วยหลวงพ่อเนียม เจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ของท่าน เมื่อครั้งเป็นสามเณร ภายหลังหลวงปู่บุญได้ส่งมาปกครองวัดสุวรรณ ระหว่างนั้นท่านได้ออกธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก เจริญวิปัสสนา บางปีท่านก็จะไปจำพรรษาอยู่ที่อื่นๆ เช่น ที่วัดขนอนคด ราชบุรี วัดกกตาล และที่สระบุรีบ้าง

ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเนียมมรณภาพ ชาวบ้านซึ่งได้เห็นท่านมีจริยวัตรน่าเลื่อมใส จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา

ท่าน ได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งพระหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสัง ขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรม จนมีความสวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนี้ ยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความ ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดี คือ ความดี ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ครั้งหนึ่งเด็กวัดเดินชนท่าน ท่านยิ้มและแผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก หรือในบางครั้งมีพระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป

ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก อาทิ ธงมหามงคล ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวย

นอกจากธงมหามงคล หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ โดดเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

เคยมีคำร่ำลือว่า พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่าน เกิดมีเรื่องถึงยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี เมื่อสอบถามกันได้ความมีเหรียญหลวงพ่อดี ทั้งสองฝ่ายจึงเลิกวิวาทกัน

จนกล่าวขวัญว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ”

ต่อ มาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า จำนวน 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้าง รุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์

หลวงพ่อดี มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

ก่อนมรณภาพ หลวงพ่อดีสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาได้จัดงานพระราชทานเพลิง จนเกิดปาฏิหาริย์สังขาร ไม่ไหม้ไฟ

Advertisements

เหรียญบาตรน้ำมนต์ใหญ่ หลวงพ่ออุ้น รุ่นน้ำพุทธมนต์มงคลจักรวาล ปี๒๕๔๗

sdc11095sdc11093

เหรียญน้ำพุทธมนต์มงคลจักรวาล เป็นเหรีญบาตรน้ำมนต์ รุ่นแรก ของหลวงพ่อ สร้างปี ๒๕๔๗ เหรียญกลมมีขนาดใหญ ๔ ซม. ด้านหน้าเหรียญตอกอักษร “อ” ที่สังฆาฎิ ด้านหลังเป็นยันต์ครู ตอกหมายเลขไทย ตอกโค๊ด และมีตัวอักษร “ง” สำหรับเหรียญเนื้อเงิน ตอก ดอกจันทร์ สำหรับเหรียญทองแดง

ภาพจากเวปครับ สำหรับเหรียญเงิน ที่ผมเก็บเป็นหมายเลข ๗๕ มีจารมือด้านหน้าเหรียญด้วยครับ

เหรียญ หลวงพ่อเพชร วัดอัมพวัน เหรียญรุ่นแรก ปี๒๔๖๗

2011-03-207

หลวงพ่อเพชร วัดอัมภวัน เกาะพงัน สุราษฎร์ธานี ปี ๒๔๖๗  เหรียญรุ่นแรกเป็นตำนานไปแล้วครับ เป็นเหรียญเกจิเหรียญแรกของภาคใต้ และเป็นเหรียญตายที่แพงที่สุดของภาคใต้ แค่ได้ชมก็ยากเต็มที ผมได้มาเป็นเหรียญทองแดง สภาพสวยขอบแบบขอบเลื้อยครับ ดีด้านเมตตา แคล้วคลาด

ที่ว่าเป็นเหรียญตายคือ มีการเปลี่ยนมือน้อยมาก และนับเหรียญแท้ได้คือว่ามีน้อย ราคาเหรียญอยู่ระดับล้านต้น ถึงกลาง ดังนั้นในตลาดจึงมีเหรียญเสริมจำนวนมากด้วย ในภาพเป็นเหรียญที่ผมเกีบมาจาก คนแก่เจ้าของอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว สภาพสวยมาก จะจริงเสริม ผมก็คงจะเก็บเป็นที่ระลึก หลวงพ่อเพชรมีคนว่าเป็นอาจารย์ หลวงพ่อแดง ติสฺโส วัดแหลมสอ เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ด้วยนะครับ ภาพด้านล่างมาจากเวป ถ่ายจากหนังสือ

showimage

เหรียญหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง รุ่นแรก

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

เกจิยุคเก่าของเมืองเพชร ท่านมีชื่อเสียงด้านอยู่ยงคงกระพัน ไม่แพ้หลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง องค์นี้กะไหล่ทอง 99 % ครับ

เหรียญพระอุปัชฌาย์คำ วัดสนามจันทร์ ฉะเชิงเทรา รุ่นแรก ยันต์เล็ก

พระอุปัชฌาย์คำ วัดสนามจันทร์ เป็นอีกหนึ่งพระเกจิของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะภาคตะวันออก วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหาอย่างกว้างขวางในแวดวงนักนิยม สะสมเหรียญคณาจารย์ โดยเฉพาะ “เหรียญปั๊มรูปเหมือน ปี 2481” ซึ่งเป็นเหรียญที่สร้างเป็นรุ่นแรก และยังมีพระเกจิดังๆ ในยุคนั้นร่วมจารอักขระและปลุกเสกอีกด้วย ปัจจุบันเป็นที่หวงแหนและหาดูหาเช่ายากมากครับผม

ในปี พ.ศ.2481 พระอุปัชฌาย์คำได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถวัดสนามจันทร์ แต่ยังขาดทุนทรัพย์ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก จึงคิดสร้างเหรียญรูปเหมือนขึ้นเป็นที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ทุนทรัพย์ช่วยให้การก่อสร้างสำเร็จลุล่วง ในการนี้ ได้รับความร่วมมือจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหา โดยได้นำแผ่นทองแดงสำหรับจารอักขระเลขยันต์ไปให้พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุค นั้นร่วมกุศลจิตในการลงอักขระเลขยันต์เพื่อเป็นชนวนมวลสาร อาทิ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อคง วัดซำป่างาม หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา หลวงพ่อเสือ วัดสามกอ หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก ฯลฯ ร่วมกับพระเกจิอาจารย์อีกหลายๆ รูป นอกจากนี้ พิธีปลุกเสกที่จัดขึ้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2481 ซึ่งเป็นวันฝังลูกนิมิตของอุโบสถหลังที่จะสร้างด้วย ได้นิมนต์พระเกจิผู้มีชื่อเสียงมาร่วมปลุกเสกถึง 9 รูปคือ พระพุทธรังสีมุนีวงศ์ (โฮ้ว) เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พระสันทัดธรรมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี หลวงพ่อพูน วัดตาล้อม ชลบุรี หลวงพ่อศรี วัดพนัสนิคม ชลบุรี หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อเสือ วัดสามกอ ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก ฉะเชิงเทรา และหลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี “เหรียญรูปเหมือนพระอุปัชฌาย์คำ ปี 2481” จึงนับเป็นวัตถุมงคลชิ้นเอกในยุคนั้นทีเดียว

เหรียญรูปเหมือนพระอุปัชฌาย์คำ ปี 2481 สร้างเป็นเนื้อทองแดง สำหรับเนื้อเงินหรือทองแดงชุบเงินสำหรับแจกกรรมการ ลักษณะเป็นเหรียญรูปอาร์ม หูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนพระอุปัชฌาย์คำ และจารึกอักษรไทยด้านบนว่า “พระอุปัชฌาย์คำ” ด้านล่างว่า “พฺรหมสุวณฺณ” ด้านหลัง เป็นยันต์ตรีนิสิงเห มีอักษรไทยกำกับว่า “ที่ระลึก ในการฝังลูกนิมิตร์ วัดสนามจันทร์ อภ บ้านโพธิ์ จว ฉะเชิงเทรา ๒๔/๑๑/๘๑” มีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ยันต์ใหญ่และพิมพ์ยันต์เล็กครับผม

(ภาพ และข้อมูลจากเวป)

ที่ได้มาเป็นเหรียญทองแดง กระหลั่ยทอง ยันต์เล็ก สวยคม ครับ

เหรียญหลวงพ่อช่วง รุ่นแรก วัดบางบางแพรกใต้ ปี๒๔๘๘

เหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ.2488 ที่ระลึกทำบุญอายุครบ 85 ปี ลักษณะคล้ายเหรียญรูปอาร์ม ด้านหน้าบรรจุรายละเอียดของเหรียญไว้ครบถ้วน ว่าสร้างขึ้นเนื่องในโอกาศอะไร ด้านหลังเป็นยันต์และอักขระขอม ประกอบไปด้วย เนื้อทองเหลือง ทองแดง และเนื้อเงิน ซึ่งเนื้อเงินบางเหรียญจะเป็นเหรียญแหนบ มักจะเรียกว่าเหรียญแจกกรรมการ

เหรียญรุ่นแรก (เสริม) เนื่องจากบล็อคหลังชำรุดเสียหายจึงแกะบล็อคขึ้นใหม่ แต่ใช้บล็อคหน้าตัวเดิม มีเนื้อทองเหลือง 4,000 เหรียญ เสร็จแล้วนำไปให้หลวงปู่ช่วงปลุกเสก

เหรียญปี พ.ศ. 2498 ออกวัดลานนาบุญ นนทบุรี เป็นเหรียญเสมา

เหรียญปี พ.ศ. 2497 คล้ายรุ่นแรก ด้านหลังระบุ ที่ระลึกยกเครื่องบนพระอุโบสถ วัดบางแพรกเหนือ จ.นนทบุรี วันที่ 15 มิ.ย. 97

เหรียญรุ่นสุดท้าย ปี พ.ศ.2497 เป็นเหรียญสามเหลี่ยม 2 หน้า ด้านหนึ่งเป็นหลวงพ่อโสธร อีกด้านหนึ่งเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง

พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา

พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง เมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี

(ภาพ และข้อมูลจากเวป) ที่ได้มาเป็นเนื้อทองฝาบาตร

(คม ชัด ลึก 2554-06-25)

เหรียญพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า ที่โด่งดังด้าน เหนียว มาเก่าก่อน จนเลื่องลือไปทั่วทุกวงการ ควรที่ นักการเมือง ผู้กลัวตายก่อนจะได้เป็น ส.ส.จะได้รีบหามาขึ้นคอ คือ เหรียญหลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้ จ.นนทบุรี รุ่นแรก ปี ๒๔๘๘ ที่ระลึกทำบุญอายุครบ ๘๕ ปี ลักษณะคล้ายเหรียญรูปอาร์ม สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง เนื้อทองแดง และเนื้อเงิน พุทธคุณดีเด่นทางเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี ชนิดที่แมลงวันไม่มีวันได้กินเลือด หลวงพ่อช่วง ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๔ มรณภาพ พ.ศ.๒๔๙๘ สิริรวมอายุ ๙๔ ปี พรรษา ๗๔ ความโด่งดังของเหรียญรุ่นแรกนี้ วงการพระถึงกับซื้อขายกันที่หลักแสน ในภาพนี้เป็นเหรียญของ ชรินทร์ สงขลา ผู้นิยมชมชอบในการสะสมเหรียญพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าเป็นอย่างยิ่ง