Tag: หลวงพ่อเงิน

‘พระหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน’ ‘เหรียญจอบใหญ่’ พิมพ์ มี ป.ปลา – ศึกษาให้ดีมีกำไร

จากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๔

3376

จัดเป็นอีกพิมพ์ในตระกูล “พระหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน” ที่สร้างด้วยเนื้อ “ทองผสม” และนักสะสมให้ความนิยมสูงไม่แพ้ประเภท “รูปหล่อ” คุณค่าราคาจึงไม่แตกต่างกันคือปัจจุบันต้องใช้เงิน “หลายล้าน” จึงมีสิทธิ์ได้ครอบครองสำหรับ “พิมพ์จอบใหญ่” เพราะเป็นเหรียญที่สร้างด้วยวิธี “หล่อโบราณ” และสร้างขึ้นในยุคต้นประกอบกับเป็นพิมพ์ที่ พบเห็นยาก นักสะสมทุกระดับจึงระบุว่าสร้างไว้น้อยกว่าพิมพ์อื่น ๆ อีกทั้งขนาดขององค์พระ ไม่ใหญ่จนเกินงาม และ ไม่เล็กจนเกินไป เรียกว่ามีขนาดที่พอเหมาะกับการอาราธนาขึ้นแขวนคอนั่นเอง

ส่วนที่เรียกว่า “พิมพ์จอบใหญ่” ก็เนื่องจากรูปทรงองค์พระมีลักษณะที่คล้าย “จอบ” ที่ใช้สำหรับขุดดินโดยมีรูป “หลวงพ่อเงิน” ในท่านั่งสมาธิอยู่ภายในกรอบที่ล้อมรอบด้วย “เม็ดไข่ปลา” ส่วน “ห่วง” (หูเหรียญ) ก็เป็นห่วงเชื่อมที่หล่อติดมากับพิมพ์เพื่อใช้ห้อยคอในยุคนั้น ด้านหลังเรียบไม่มีอักขระหรือการจารอักขระแต่อย่างใด และมีการแบ่งแยกออกเป็น “สองพิมพ์” (บล็อก) คือ “พิมพ์มี ป.ปลา” หรือ “พิมพ์เส้นสังฆาฏิแตก” หรือนักสะสมบางคนเรียกว่า “พิมพ์จีวรชิด” ส่วนอีกพิมพ์คือ “พิมพ์ไม่มี ป.ปลา” หรือ “พิมพ์เส้นสังฆาฏิไม่แตก” หรือนักสะสมบางท่านเรียกว่า “พิมพ์จีวรห่าง” ซึ่งวันนี้ขอนำ “พิมพ์มี ป.ปลา” มาชี้จุดสังเกตที่ควรจดจำก่อนดังนี้

  1. “หูเหรียญ” ที่หล่อติดมากับพิมพ์ในองค์ที่หล่อติดดีจะมี “เม็ดไข่ปลา” ปรากฏเฉพาะด้านหน้าเท่านั้นและขอบเหรียญจะมี “เม็ดไข่ปลา” ล้อมรอบตลอดแนว
  2. “ศีรษะ” กลมมน “หน้าผาก” โหนกนูน “ใบหน้า” ยาวรีปรากฏ หู ตา จมูก ปาก ชัดเจน
  3. “ผ้าสังฆาฏิ” ปรากฏ “เส้นพิมพ์แตก” ทั้งด้านบนและด้านข้าง (ใกล้รักแร้) โดยเส้นพิมพ์แตกนี้มีลักษณะคล้ายตัวอักษร “ป.ปลา” จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อพิมพ์ว่า “มี ป.ปลา” หรือ “เส้นสังฆาฏิแตก”
  4. “แขนขวา” ที่วางในลักษณะแบบ “แขนหักศอก” ปรากฏร่องตรง “ข้อศอก” อย่างชัดเจนและ “มือ” ทั้งสองข้างที่ประสานกันจะมีร่องขั้นตรงกลาง เป็นการแบ่งแยกมือซ้ายกับมือขวาอย่างชัดเจน
  5. “ชายจีวร” ในพิมพ์ “มี ป.ปลา” เส้นล่างสุดจะชิดติดกันจึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อพิมพ์ว่า “ชายจีวรชิด”
  6. “เส้นขอบ” ที่กั้นเม็ดไข่ปลาด้านล่างขวาองค์พระ “ปลายเส้น” จะแตกหายเข้าไปใต้เท้าซ้าย
  7. “ด้านหลัง” เรียบไม่มีอักขระหรือการจารอักขระแต่อย่างใด.

‘พุทธธัสสะ’

Advertisements

เหรียญจิ๊กโก๋ใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ปี๒๕๐๖

ReplyID0265337-PIC1

ท่านเจ้าคุณราชโมฬี วัดพระเชตุพน ท่านได้ปรารภกับหลวงพ่อเงินขอตั้ง “มูลนิธิ” ของหลวงพ่อขึ้นไว้สักทุนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อก็เห็นชอบด้วยเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างมูลนิธิคราวนี้ ท่านเจ้าคุณได้ออกแบบให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์เหรียญ 3 ขนาด สำหรับแจกจ่าย คือ

เหรียญกลมมีรูปหลวงพ่ออยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพัดยศ สร้างครั้งแรกในงานฝังลูกนิมิตวัดพระงาม อำเภอเมือง นครปฐม ซึ่งหลวงพ่อเป็นประธานในการสร้างอุโบสถหลังนี้ เหรียญนี้ นายเอนก ศิริสัมพันธ์ เป็นช่างแกะออกแบบ แล้วให้โรงกษาปณ์จัดพิมพ์หมื่นองค์ ใช้วัสดุทองคำ นาก เงิน และนิเกิล เฉพาะนิเกิลจำนวนพิมพ์หมื่นองค์ งานฝังพัทธเสมาคราวนั้นได้เงินถึง 8 แสนเศษ ซึ่งไม่คาดหมายมาก่อน เหรียญรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า “หลวงพ่อเงินแปดแสน”

ส่วนอึก ๒ เหรียญ เป็นเหรียญใหญ่ และเหรียญเล็ก ลักษณะเดียวกัน คือมีรูป หลวงพ่อด้านหน้า กับมี “โคกยายหอม” อยู่ด้านหลัง สร้างในคราวมีการทอดกฐินสามัคคี ซึ่ง พลเอก จิตติ นาวีเสถียร เป็นประธาน เมื่อปี 2506

โดยที่เหรียญ 3 แบบนี้ มีความงดงามมาก จึงได้มีผู้นิยมแพร่หลายไม่แพ้พระรุ่นอื่น ๆ มีข้อที่น่าสังเกตประการหนึ่ง คือ พระที่หลวงพ่อสร้างไม่ว่าจะแบบใดรุ่นใด ได้ระบาดไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อพบนักเลงพระ ถ้าถามหาพระหรือเสมาของหลวงพ่อเป็นมีให้ชมทั้งนั้น เหรียญและเสมาที่สร้างโดยโรงกษาปณ์นี้ มีแบบและลวดลายประณีตมาก (ภาพ และข้อความจากเวป)

ที่ได้มาเป็นเนื้อออกสีทอง น่าจะเป็นเนื้อนาคมากกว่า

พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร ปี๒๕๑๕

พระ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี พ.ศ. 2515 นับเป็นวัตถุมงคลรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในจำนวนพระหลวงพ่อเงิน ซึ่งสร้างภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว วัตถุมงคลในรุ่นนี้มีอยู่กันหลายพิมพ์ หลายเนื้อ ดังจะกล่าวถึงตามลำดับ มูลเหตุของการจัดสร้าง ราวปี พ.ศ. 2513 หลวงพ่อเปรื่อง (พระครูพิบูลธรรมเวทย์ สมณศักดิ์ขณะนั้น) ได้พิจารณาเห็นว่า พระอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็น พระอุโบสถที่สร้างมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเงิน ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อีกทั้งยังคับแคบ ไม่สะดวกในการทำสังฆกรรมต่าง ๆ ด้วยประการทั้งปวง จึงได้รื้อถอนพระอุโบสถหลังเก่า และสร้างขึ้นใหม่ในพื้นที่เดิม ขยับขยายให้ใหญ่โตกว้างขวางขึ้น เพื่อให้สะดวกในการทำสังฆกรรม และประกอบศาสนกิจต่าง ๆ การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2514 หลวงพ่อเปรื่อง และคณะกรรมการวัดบางคลาน (หิรัญญาราม) มีมติเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาสักรุ่นหนึ่ง เพื่อสมนาคุณแด่ผู้ที่บริจาคทรัพย์สมทบทุนสร้างพระอุโบสถ และเป็นที่ระลึกในวันทำพิธีผูกพัทธสีมา วัดบางคลาน (หิรัญญาราม – วังตะโก) ในมงคลดิถีพิเศษนี้ จึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งมี พลตำรวจตรีสง่า กิตติขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น เป็นประธานอุปถัมภ์ พร้อมด้วย นายเผด็จ จิราภรณ์ วุฒิสมาชิก และประธานคณะกรรมการฯ วัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ ที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนั้น ประกอบไปด้วย 1. รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา 2. รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ปั๊มบรรจุกริ่ง 3. เหรียญจอบใหญ่ 4. เหรียญจอบเล็ก 5. เหรียญขวัญถุง 6. เหรียญรูปไข่ 7. พระพิมพ์พระเจ้า 5 องค์ 8. แหวน โดยวัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น มีรายละเอียดดังนี้ คือ รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา 1. ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 500 บาท 2. ขนาดหน้าตัก 3 นิ้ว สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 300 บาท รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ปั๊มบรรจุกริ่ง 1. เนื้อทองคำหนัก 1 บาท (เฉพาะผู้สั่งจอง) สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 1,000 บาท 2. เนื้ออัลปาก้า สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 100 บาท 3. เนื้อทองเหลือง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 50 บาท เหรียญจอบใหญ่ 1. เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 25 บาท เหรียญจอบเล็ก 1. เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 20 บาท เหรียญขวัญถุง 1. ชนิดเนื้อกะไหล่ทอง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 25 บาท 2. ชนิดเนื้อกะไหล่เงิน สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 20 บาท เหรียญรูปไข่หลวงพ่อเงิน ด้านหลังมี 2 ชนิด คือ รูปเหมือนหลวงพ่อเปรื่อง และหลังกรมหลวงชุมพร 1. เนื้อทองคำหนัก 1 บาท สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 1,000 บาท 2. เนื้อทองคำหนัก 2 สลึง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 500 บาท 3. เนื้ออัลปาก้า สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 100 บาท 4. เนื้อทองแดง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค เหรียญละ 10 บาท พระพิมพ์พระเจ้า 5 องค์ 1. เนื้อดินผสมผง สมนาคุณแก่ผู้บริจาค องค์ละ 10 บาท แหวน มี 2 ลักษณะ แจกผู้ชายหัวแหวนเป็นรูปอาร์ม แจกผู้หญิงหัวแหวนเป็นรูปไข่ 1. เนื้อทองคำหนัก 2 สลึง (เฉพาะสั่งจอง) สมนาคุณแก่ผู้บริจาค วงละ 500 บาท 2. เนื้อโลหะ สมนาคุณแก่ผู้บริจาค วงละ 10 บาท ชนวนโลหะ และ การปลุกเสก มวลสารหลัก ๆ ที่นำมาจัดสร้างเป็นวัตถุมงคลรุ่นนี้ คือ แผ่นทองเหลือง แผ่นทองแดง ที่พระคณาจารย์ดังทั่วประเทศลงอักขระเลขยันต์ และปลุกเสกมาเป็นอย่างดี หลังจากนั้นจึงนำมาหล่อหลอมเป็นแผ่นโลหะแต่ละชนิด ปลุกเสกครั้งที่ 1 เป็นการปลุกเสกแผ่นโลหะซึ่งได้จากการหลอม โดยพระคณาจารย์ดังจำนวน 74 รูป จากทั่วประเทศ ทำพิธีที่วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพ หลังจากปลุกเสกเสร็จสิ้น ได้มอบแผ่นโลหะเหล่านั้นให้โรงงานนำไป จัดสร้างเป็นวัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ จนแล้วเสร็จ นำมามอบให้คณะกรรมการตรวจรับนับจำนวน ปลุกเสกครั้งที่ 2 เมื่อได้รับมอบวัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว ได้จัดพิธีปลุกเสกขึ้นที่วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2514 โดยพระคณาจารย์ดังทั่วประเทศ จำนวน 127 รูป เมื่อเสร็จสิ้น พิธีการปลุกเสกครั้งที่ 2 นี้แล้ว คณะกรรมการได้ขนวัตถุมงคลทั้งหมดไปยังวัดบางคลาน (หิรัญญาราม) โดยทางรถไฟ ปลุกเสกครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นพิธีการปลุกเสกครั้งสุดท้าย ได้จัดพิธีขึ้น ณ วัดต้นกำเนิด คือ วัดบางคลาน ในวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2515 โดยได้นิมนต์พระคณาจารย์จากทั่วประเทศ มาบริกรรมปลุกเสกตามพิธีกรรมแบบโบราณ ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้า โดยได้แบ่งพระคณาจารย์เข้าปลุกเสกเป็นชุด ๆ ละ 16 รูป จำนวน 6 ชุด รวม 96 รูป ปลูกเสกชุดละ 2 ชั่วโมง สลับกันไปอย่างไม่มีการหยุดพัก ทั้งการนั่งปรกบริกรรมภาวนาสวดคาถามหาทิพย์มนต์พระคาถาพุทธาภิเษก และ คาถาภาณวาร เป็นต้น เมื่อรวมพระคณาจารย์ดังที่ร่วมพิธีปลุกเสกทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าวนี้ มีทั้งหมดจำนวน 297 รูป จึงถือได้ว่า วัตถุมงคลหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี พ.ศ. 2515 เป็นวัตถุมงคลที่มีพิธีกรรมการปลุกเสกยิ่งใหญ่ที่สุดรุ่นหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัตถุมงคลรุ่นนี้ ปัจจุบันได้รับความนิยมสูง มากด้วยประสบการณ์ ไม่แพ้พระยอดนิยมชุดใดของวงการในยุคนี้

พระเครื่อง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี ๒๕๑๕

ได้มาเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ลอยองค์ เนื้ออัลปาก้า พิมพ์เลข ๘ ตอกโค๊ต บรรจุกริ่ง

วงการพระเครื่อง ในทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ที่สร้างในสมัยหลวงพ่อเงินยังมีชีวิตอยู่ มีสนนราคาเช่าหาที่แพงที่สุด ในบรรดาพระรูปหล่อของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีตด้วยกัน รวมทั้งเหรียญหล่อโบราณ พิมพ์จอบเล็ก และพิมพ์จอบใหญ่ ซึ่งมีของหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันไม่บ่อยนัก เพราะมีจำนวนสร้างไม่มาก แต่มีการเช่าหาที่แพงเป็นหลักแสนหลักล้านขึ้นไป

รูปหล่อหลวงพ่อเงิน ปี15ผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใส พระหลวงพ่อเงิน ในระดับชาวบ้านทั่วๆ ไป ที่มิใช่เศรษฐีผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ จึงมองหา พระหลวงพ่อเงิน ที่สร้างในยุคหลังต่อมา หลังจากที่ท่านได้มรณภาพ

ในปี ๒๔๖๒ ซึ่งมีการจัดสร้างกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดที่ท่านเคยพำนักจำพรรษามาก่อน หรือวัดอื่นๆ ในละแวก จ.พิจิตร หากจะสร้างวัตถุมงคลให้ชาวบ้านทำบุญบูชา ก็สร้าง พระหลวงพ่อเงิน เท่านั้น ถึงจะมีผู้สนใจเช่าหา อันจะส่งผลให้วัดที่สร้างได้ปัจจัยทำบุญตามความประสงค์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสร้างพระหลวงพ่อเงิน ในสมัยต่อมามากมายหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความศรัทธานิยมจากชาวบ้าน เพราะมีประสบการณ์มากมาย และโด่งดังสุดๆ ก็คือ พระหลวงพ่อเงิน ที่สร้างในปี ๒๕๑๕ หรือที่วงการพระเรียกกันสั้นๆ ว่า “พ่อเงินปี ๑๕” การจัดสร้างพระหลวงพ่อเงินในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในเมืองไทย ที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำจนทุกวันนี้

ทั้งนี้ เพราะการจัดสร้าง พระหลวงพ่อเงิน รุ่นปี ๒๕๑๕ นั้น มีจุดเด่นดีอยู่หลายประการ อาทิ เจตนาการสร้างดี เนื้อหามวลสารดี รูปแบบสวยงาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีการดี ถูกต้องตามตำรับตำราโบราณทุกอย่าง จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านโดยทั่วไป

กล่าวสำหรับ ขั้นตอนการจัดสร้าง มีความยุ่งยากพอสมควร โดยมีถึง ๔ ขั้นตอนด้วยกัน คือ

  1. ชนวน โลหะ ถือว่าสุดยอด คือ แผ่นทองเหลืองแผ่นทองแดง ที่พระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ ได้รวมพลังอธิษฐานจิต ลงจารอักขระเลขยันต์ต่างๆ และปลุกเสกมาจากวัดของแต่ท่าน เป็นอย่างดีมาก่อนนำมามอบให้คณะกรรมการผู้จัดสร้าง หลังจากนั้นจึงได้นำมาหล่อหลอมเป็นแผ่นโลหะ ก่อนนำมาเข้าพิธีในครั้งที่ ๒
  2. สถานที่ประกอบพิธีปลุกเสก มีความศักดิ์สิทธิ์ และการปลุกเสกก็สุดยอดเข้มขลัง โดยครั้งแรกเป็นการปลุกเสกแผ่นโลหะลงอักขระ ซึ่งได้จากการหลอมแล้ว (จากแผ่นโลหะลงจารที่ได้จากขั้นตอนที่ ๑) โดยพระเกจิอาจารย์ ๗๔ รูป จากทั่วประเทศ โดยทำพิธีที่วัดสุทัศนฯ และได้มอบแผ่นโลหะเหล่านั้นให้โรงงาน นำไปจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล พระหลวงพ่อเงินทั้งหมด
  3. พิธีปลุกเสก เมื่อโรงงานได้สร้างวัตถุมงคลพระหลวงพ่อเงินชนิด ต่างๆ (จากขั้นตอนที่ ๒) ครบถ้วนแล้ว ได้จัดพิธีปลุกเสกขึ้นที่วัดสุทัศนฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๔ โดยพระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ ๑๒๗ รูป ตามตำรับวัดสุทัศนฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และโด่งดังในการสร้างพระเนื้อโลหะมาแต่โบราณกาล รวมทั้งฤกษ์ผานาทีที่ได้กำเนิดขึ้นอย่างถูกต้อง ไม่มีผิดเพี้ยน
  4. ปลุกเสกที่วัดหลวงพ่อเงิน เมื่อเสร็จพิธีปลุกเสกจากวัดสุทัศนฯ แล้ว ได้มีการนำพระหลวงพ่อเงินทั้งหมด กลับวัดบ้านเกิดของท่าน คือ วัดบางคลาน เพื่อทำพิธีปลุกเสกครั้งสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๑๕ โดยได้นิมนต์พระคณาจารย์จากทั่วประเทศ ร่วมบริกรรมปลุกเสก ตามพิธีกรรมแบบโบราณตลอดทั้งคืน เริ่มตั้งแต่ ๔ โมงเย็น ไปจนถึง ๖ โมงเช้า โดยได้แบ่งพระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสกเป็นชุด ชุดละ ๑๖ รูป จำนวน ๖ ชุด รวม ๙๖ รูป โดยปลุกเสกชุดละ ๒ ชั่วโมง สลับกันไป อย่างไม่มีหยุดพัก มีทั้งนั่งปรก บริกรรมภาวนา สวดพระคาถามหาทิพย์มนต์ พระคาถาพุทธาภิเษก และพระคาถาภาณวาร เป็นต้น

รุ่งเช้า วันจันทร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๕ เป็นการฉลองสมโภชเพื่อความเป็นสิริมงคล อันเป็นการเสร็จพิธีอย่างครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้น ถึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สั่งจอง รับวัตถุมงคลพระหลวงพ่อเงินได้ทันที

รายการพระหลวงพ่อเงิน ที่จัดสร้างในปี ๒๕๑๕ ประกอบด้วย

  1. พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา ๕ นิ้ว จำนวน สร้าง ๑,๐๐๐ องค์
  2. พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา ๓ นิ้ว จำนวนสร้าง ๑,๐๐๐ องค์
  3. พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์ลอยองค์ บรรจุกริ่ง เนื้ออัลปาก้า จำนวนสร้าง ๕,๐๐๐ องค์
  4. พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์ลอยองค์ บรรจุกริ่ง เนื้อทองเหลือง จำนวนสร้าง ๕,๐๐๐ องค์ (แบ่งพิมพ์ทรง ตามาตรฐานทั้ง ๒ เนื้อ มีด้วยกัน ๓ พิมพ์ทรง คือ ๑.พิมพ์คอแอล (L) ๒.พิมพ์เลขแปด ๓.พิมพ์มือมีจุด)
  5. เหรียญปั๊ม พิมพ์จอบใหญ่ จำนวนสร้าง ๑๐,๐๐๐ เหรียญ
  6. เหรียญปั๊ม พิมพ์จอบเล็ก จำนวนสร้าง ๑๐,๐๐๐ เหรียญ (แบ่งพิมพ์ทรงตามมาตรฐาน มี ๒ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์แขนขาด ๒.พิมพ์แขนเต็ม)
  7. เหรียญขวัญถุง เนื้อกะไหล่ทอง จำนวนสร้าง ๕,๐๐๐ เหรียญ และ เนื้อกะไหล่เงิน ๕,๐๐๐ เหรียญ

เหรียญจอบใหญ่ ปี15นอกจาก นี้ยังมี พระเนื้อดิน พิมพ์พระเจ้า ๕ พระองค์ และพิมพ์นางพญา จำนวนสร้างรวมทั้งหมดประมาณ ๘๔,๐๐๐ องค์ โดยแบ่งให้เช่าจำนวนหนึ่ง และบรรจุกรุในองค์เจดีย์อีกจำนวนหนึ่ง

แหวน สำหรับผู้ชายและผู้หญิง จำนวนสร้าง ๒,๐๐๐ วง และ เหรียญรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงิน ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อเปรื่อง และด้านหลังเป็นพระรูปเหมือนเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ จำนวนสร้างรวมกันประมาณ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ

ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อเงิน ปี ๒๕๑๕ ทุกพิมพ์ได้รับความศรัทธาสนใจจากนักสะสมพระสายนี้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากพระหลวงพ่อเงินรุ่นเก่า ที่ทันหลวงพ่อเงินปลุกเสก นั้น มีสนนราคาเช่าหาองค์หนึ่งเป็นแสนเป็นล้านขึ้นไป สุดวิสัยที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปจะไขว่คว้าหามาสักการบูชาได้ ผู้ที่เคารพนับถือหลวงพ่อเงินจริงๆ จึงหันมาเช่าหา พระหลวงพ่อเงิน ปี ๒๕๑๕ มาใช้ทดแทน

นอกจากนี้ ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ พระหลวงพ่อเงิน ปี ๒๕๑๕ มีผู้แสวงหากันมาก คือ อานุภาพความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ที่ก่อเกิดประสบการณ์เป็นเลิศในทุกด้าน…อยู่เสมอๆ นั่นเอง

หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน โพทะเล พิจิตร

หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) อ.โพทะเล จ.พิจิตร เดิมชื่อ เงิน (สมัยนั้นยังไม่มีการใช้นามสกุล) บิดาชื่อ อู๋ มารดาชื่อ ฟัก …. เกี่ยวกับวันเกิดของหลวงพ่อเงิน มีหลายกระแสซึ่งล้วนไม่ตรงกัน แต่พอสรุปได้ว่า ท่านเกิดระหว่าง พ.ศ.๒๓๕๐-๒๓๖๐ … ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๖ นายช่วงซึ่งเป็นลุง ได้พาท่านไปอยู่กรุงเทพฯ จนมีอายุ ๑๒ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตองปุ (วัดชนะสงคราม) พออายุครบ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดชนะสงคราม ได้รับฉายาว่า “พุทธโชติ”

พ.ศ.๒๓๘๐ ได้เดินทางกลับ จ.พิจิตร โดยจำพรรษาอยู่วัดคงคาราม ๑ พรรษา แล้วย้ายไปอยู่วัดท้ายน้ำ เป็นเวลานานพอสมควร … หลังจากนั้น ท่านได้ไปสร้างวัดวังตะโก (วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.๒๔๒๓ (สมัย ร. ๕)

หนังสือหลายเล่ม ลงวันมรณภาพของหลวงพ่อเงินไว้ตรงกันว่า ท่านมรณภาพ เมื่อวันศุกร์เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๖๒ รวมอายุได้ ๑๑๑ ปี พรรษา ๙๐ แต่จากการตรวจสอบของ ม.ร.ว.อภิเดช อาภากร ในหนังสือหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (เล่มใหญ่ปกแข็ง-พ.ศ.๒๕๕๒) พบว่า สมัย พ.ศ.๒๔๖๒ เจ้าอาวาสวัดวังตะโก ชื่อ พระแจะ จึงสรุปได้ว่า หลวงพ่อเงิน น่าจะมรณภาพในระหว่าง พ.ศ.๒๔๕๕-๒๔๖๐

หลวงพ่อเงิน ได้สร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลไว้พอสมควร ที่นิยมกันมากสุด คือ รูปหล่อโบราณเนื้อทองผสม พิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตา (๓ ชาย ๔ ชาย ๕ ชาย) เหรียญหล่อโบราณ เนื้อโลหะผสม พิมพ์จอบใหญ่ พิมพ์จอบเล็ก (แข็งตรง แข็งติด เท้ากระดก ตาขีด) … นับเป็นพระรูปเหมือน ที่มีการแสวงหากันอย่างแพงมาก ในราคาองค์ละกว่า ๑ ล้านบาทขึ้นไป