Tag: 2515

เหรียญแจกทานหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ปี2512

(จากเวป คม ชัด ลึก วันที่ 18-11-2555)

*** ในบรรดาพระเครื่องของ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ที่นับว่า สุดยอดที่สุด คือ พระรูปเหมือนใต้ฐานตอกโค้ดรูประฆัง หรือที่เรียกกันในวงการว่า รูปเหมือนก้นระฆัง ปี ๒๕๑๒ และ เหรียญแจกทาน ปี ๒๕๑๕ ซึ่งเช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไปทั้ง ๒ รุ่นนี้ สำหรับ เหรียญแจกทาน เป็นเหรียญที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดน่ารักมาก พิมพ์ทรงไม่เหมือนเหรียญของพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นใด นับเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะของ หลวงพ่อพรหม ก็ว่าได้ เหรียญรุ่นนี้มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์สังฆาฏิสั้น (สร้าง ๘,๐๐๐ เหรียญ เนื้อเหรียญสตางค์บาท, เนื้อเหรียญสตางค์สลึง และเนื้อทองเหลืองชุบทอง รมดำและไม่ได้รมดำ) กับ พิมพ์สังฆาฏิยาว (สร้าง ๕,๐๐๐ เหรียญ เนื้อทองเหลืองรมดำและไม่ได้รมดำ เนื้อทองแดงรมดำและไม่ได้รมดำ) ด้านหลังมีพิมพ์เดียว เหรียญที่เช่าหาแพงที่สุด คือ เนื้อสตางค์บาท (สีขาวแบบอัลปาก้า) สร้าง ๕๐ เหรียญ เช่าหาในเวลานี้ที่หลักแสนกลางขึ้นไป ส่วน เนื้อสตางค์สลึง (สีเหลือง) สร้าง ๒๐๐ เหรียญ เช่าหาในเวลานี้ที่หลักแสนกลาง และเนื้อทองแดง ทองเหลืองทั่วไป เช่าหากันที่หลักแสนต้น เหรียญแจกทานหลวงพ่อพรหม ในภาพนี้เป็น เนื้อสตางค์สลึง สวยคมชัดมาก เจ้าของคือ สุพจน์ สวัสดิ์วงศ์วิชา (สุพจน์พระเครื่อง) สายตรงพระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ผู้จัดทำ หนังสือหลวงพ่อพรหม ปกสีน้ำเงิน ซึ่งได้ขายจนหมดเกลี้ยงไปจากแผงหนังสือนานแล้ว จนเป็นที่แสวงหากันมาก และเจ้าตัวได้ตั้งปณิธานไว้แล้วว่า จะไม่จัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่อย่างแน่นอน สำหรับ พระหลวงพ่อพรหม สอบถามได้ที่โทร.๐๘-๑๗๗๘-๓๕๙๙ ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่จำเป็นต้องซื้อขายก็ได้ ***

*** เหรียญหลวงพ่อพรหม รุ่นแจกทาน อีกเหรียญหนึ่งเป็นเนื้อทองเหลือง พิมพ์สังฆาฏิยาว ซึ่งดูเหมือนกับเหรียญเนื้อสตางค์สลึงมาก หากดูด้านข้างแล้วจะเห็นความแตกต่างกันที่ ความหนาบางของเหรียญ ถ้าเป็นเนื้อสตางค์สลึงขอบจะบางกว่ากันจนเห็นได้ชัด สำหรับ เหรียญแจกทานหลวงพ่อพรหม เนื้อทองเหลือง พิมพ์สังฆาฏิยาว ในภาพนี้เป็นของ “ท่านโอ” ธนายุต ศิวายพราหมณ์ ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหรียญนี้ส่งประกวดได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้วหลายงาน ล่าสุดคืองานที่ทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ***

สำหรับรูปเหมือนปั๊ม รุ่นก้นระฆัง ปี พ.ศ.๒๕๑๒ ก่อนเข้าพรรษา เนื้อทองเหลือง และทองเหลืองชุบทองประมาณ ๑,๐๐๐ องค์ เนื้อทองแดง จำนวนประมาณ ๕,๕๐๐ องค์ เนื้อตะกั่ว จำนวนประมาณ ๓๕๐ องค์ คณะกรรมการวัด นำโดย นายละออ คุ้มเขต นายอุทัย เพชรมนตรี และนายฉั่น ถาปนพัฒนกุล จัดสร้าง ปลุกเสกระหว่างเข้าพรรษา ตลอดไตรมาส รายได้สมทบทุนสร้างมณฑป

Advertisements

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พ.ศ.๒๕๑๕ รุ่นอนุสรณ์ฯ ๑๐๐ปี ‘สมเด็จฯ โต’

image

ตำนานการสร้างพระเครื่องของ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ธนบุรี นับตั้งแต่สมัย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เรื่อยมาจนถึงสมัย หลวงปู่นาค หลวงปู่หิน ฯลฯ ยังไม่มีครั้งใดที่มีการจัดสร้างอย่างเป็นทางการ ดั่งเช่น รุ่น "อนุสรณ์ฯ ๑๐๐ ปี" ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวัดระฆัง ที่มีการบันทึกประวัติทุกขั้นตอนของการจัดสร้างไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ปฐมเหตุแห่งการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ สืบเนื่องมาจากวัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ระดับวรมหาวิหาร ที่มีประวัติการสร้างมาตั้งแต่สมัยก่อตั้ง กรุงรัตนโกสินทร์ ทำให้ถาวรวัตถุต่างๆ ที่สร้างในสมัยนั้น   และได้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก โดยเฉพาะ หอพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นที่เก็บรักษา พระธรรมคำสอน และเอกสารสำคัญต่างๆ ของทางวัด จึงมีความจำเป็นต้องบูรณปฏิสังขรณ์อย่างเร่งด่วน โดยต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ขณะที่กำลังของทางวัดเองยังมีไม่เพียงพอ

ขณะ เดียวกัน ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์ (ผู้ริเริ่มโครงการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้) ได้อ่านพบวันมรณภาพ (บางแห่งใช้คำว่า "สิ้นชีพิตักษัย") ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เมื่อวันเสาร์แรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ (ต้น) ปีวอก จุลศักราช ๑๒๓๔ ตรงกับวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๑๕ ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริรวมอายุได้ ๘๕ ปี พรรษา ๖๕ ซึ่งจะ ครบ ๑๐๐ ปี ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๕ เห็นว่าเป็นนิมิตหมายกำหนดการที่ดี ในการจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อระดมเงินทุนบูรณะหอพระไตรปิฎกดังกล่าว จึงได้ทำเป็นโครงการขึ้น โดยขอรับความเห็นชอบจาก พระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ใช้ชื่อโครงการว่า "โครงการสร้างปูชนียวัตถุเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ ๑๐๐ ปีแห่งมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมรํงสี) ณวัดระฆังโฆสิตาราม จ.ธนบุรี"

โครงการนี้ได้รับการสนับ สนุนจาก กองทัพเรือ โดยมี พล.ร.อ.จรูญ เฉลิมเตียรณ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น รับผิดชอบเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน พระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.ร.ท.อุดม สุทัศน์ ณ อยุธยา เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานกรรมการดำเนินการฝ่ายฆราวาส

วัตถุ มงคลที่ได้จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ ได้แก่

  1. พระพุทธรูปจำลอง (องค์พระประธานในพระอุโบสถ วัดระฆัง) ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
  2. พระกริ่งจำลององค์พระประธาน เนื้อทองคำ และเนื้อนวโลหะ
  3. รูปเหมือนหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
  4. รูปเหมือนหล่อลอยองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เนื้อทองคำ เงิน และนวโลหะ
  5. เหรียญรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เนื้อทองคำ เงิน และทองแดง
  6. พระเครื่องเนื้อผง พิมพ์สมเด็จ และพิมพ์รูปเหมือน

สำหรับพระเครื่องเนื้อผง ได้จัดทำออกเป็น ๓ แบบหลักๆ คือ

  1. พิมพ์พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ทรงนิยม
  2. พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จฯ โต และ
  3. พิมพ์สมเด็จคะแนน

แต่ ละแบบได้จัดสร้างจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามจำนวนพระธรรมขันธ์ (ยกเว้นพิมพ์พระคะแนน) การจัดสร้างพระเนื้อผงทั้งหมดนี้ ทางวัดได้กำหนดขอบเขตในการจัดทำทุกขั้นตอน ให้อยู่ภายในเขตวัดเท่านั้น โดยมี พระครูใบฎีกาโชคชัย เป็นผู้ดูแลควบคุมงานทั้งหมด

ผง ต่างๆ ที่นำมาผสมเป็นมวลสาร ซึ่งเนื้อแท้มีส่วนสำคัญๆ และถือเป็นมงคลอย่างยิ่ง ได้แก่ ผงปถมัง ซึ่งพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ได้ประสิทธิประสาทไว้ ผงพระที่แตกหักชำรุดไม่เป็นองค์แล้ว เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จกรุบางขุนพรหม พระสมเด็จปิลันท์ จำนวนมาก ว่านนานาชนิด เศษปูนซึ่งหลุดกระเทาะจากพระอุโบสถ เป็นต้น รวมทั้งเกสรดอกไม้ โดยเฉพาะเกสรดอกบัวที่บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เกสรดอกไม้ที่บูชาพระตามที่ต่างๆ เศษทองคำเปลวที่ปิดบูชาพระ เป็นต้น

ปัจจุบัน พระสมเด็จรุ่น ๑๐๐ ปี สมเด็จฯ (โต) ปี ๒๕๑๕ ได้รับความนิยมแสวงหากันอย่างกว้างขวาง องค์ละหลายพันบาทขึ้นไปถึงหลักหมื่น ซึ่งผู้เขียนจะได้นำมาเขียนถึงแต่ละพิมพ์ในโอกาสต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จฯวัดระฆัง

การ จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ คณะกรรมการได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานอัญเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาทรงเททองเป็นปฐมฤกษ์ ตามกำหนดฤกษ์ โอกาสนี้ได้เสด็จฯ ขึ้นทอดพระเนตรหอพระไตรปิฎก และทรงร่วมกันปลูกต้นจันทน์ที่หน้าหอพระไตรปิฎกอีกด้วย

ในครั้งนั้น ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ถึงความอันน่าอัศจรรย์ใจในวันที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไว้ว่า ระยะนั้นเป็นช่วงหน้าฝน กรมอุตุฯได้พยากรณ์จากสถิติในรอบ ๓๐ ปี ว่าจะมีเมฆมาก และจะมีฝนตกชุกตลอดในช่วงบ่ายจนถึงค่ำ เกือบทั้งเดือนกันยายนของปีนั้น ซึ่งในคืนก่อนวันเสด็จฯ (๑๗ ก.ย.๒๕๑๔) ช่างได้ก่อสุมเตาหล่อหลอมโลหะ ปรากฏว่าฝนได้ตกตลอดเวลา ต่อเนื่องมาจนถึงตอนบ่ายของวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๑๔ จนได้หยุดตกก่อนหน้าเวลาเสด็จฯ เพียง ๒-๓ ชั่วโมงเท่านั้น แต่ท้องฟ้าก็คงฉ่ำไปด้วยฝน

แต่ด้วยอำนาจแห่งความ ศักดิ์สิทธิ์ และด้วยพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปรากฏว่า เมื่อได้ฤกษ์ที่จะทรงเททอง ท้องฟ้าซึ่งฉ่ำไปด้วยฝน ได้กลับกระจ่างสว่างขึ้นทันที มีแสงจากดวงอาทิตย์อ่อนๆ สาดไปทั่วพิธีมณฑล ยังความปีติอย่างแรงกล้าแก่ผู้ที่ได้ประสบพบเห็นโดยทั่วหน้ากัน นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ขณะเดียวกัน รูปเหมือนสมเด็จฯ (โต) ขนาดเท่าองค์จริง ที่ทรงประกอบพิธีเททองในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่สุมพิมพ์กลางฝนมาตลอด และเป็นของใหญ่ ซึ่งยากในการหล่อ แต่เมื่อทรงเททองแล้ว ปรากฏว่า เมื่อเอาดินพิมพ์ออกหมดแล้วพบว่า รูปเหมือนสมเด็จฯ โต เททองได้เหมือนและดีบริสุทธิ์ ไม่มีชำรุดหรือเสียหายแม้แต่น้อย

โดย อิศรา เตชะสา (ป.สตูดิโอ) จากหนังสือพิมพ์ คม ชัดลึก เสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2554

พุทธปริตร หลวงปู่ดุลย์ อตุโล

4397-14397-2

(เนื้อเรื่องจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ – ภาพจากเวป)

ทยอยให้ชมกันอีกตามเสียงเรียกร้อง “พระดีสายวัดป่า” ที่สร้างโดย “หลวงปู่ดูลย์ อตุโล” แห่ง วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ ผู้เป็นอีกหนึ่ง “ศิษย์เอก” ของ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๕ เพื่อหารายได้สร้าง ตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ หลังจากส่วนใหญ่ให้ชม “เนื้อทองคำ” ไปบ้างแล้ว……องค์แรกที่จะให้ชมอีกคือ “พระกริ่งพุทธปริตรเนื้อนวโลหะ” องค์ที่สอง “พระชัยวัฒน์พุทธปริตรเนื้อนาก” องค์ที่สาม “พระชัยวัฒน์พุทธปริตเนื้อเงิน” องค์ที่สี่ “พระชัยวัฒน์พุทธปริตรเนื้อนวโลหะ” และองค์ที่ห้า “เหรียญพระพุทธปริตรเนื้อทองแดง” ที่นักสะสม สายอีสานระบุว่าพระรุ่นนี้หากต้องการสะสมให้ ครบชุด และ ครบทุกเนื้อ แล้ว ก็ต้องใช้ เงินล้าน จึงจะมีสิทธิได้มาบูชา จริงหรือไม่จริง เชื่อหรือไม่เชื่อ ให้ถาม “รัน มรดกไทย” เพราะเป็นนักสะสมสาย “หลวงปู่ดูลย์” อีกคนที่เพิ่งไปนิมนต์แบ่งปันมาเป็นสมบัติจาก คหบดีเมืองสุรินทร์ ที่เคารพนับถือกันเนื่องจากนาทีนี้องค์ที่เป็น “เนื้อทองคำ” และ “เนื้อนาก” เริ่มหายากเนื่องจาก จำนวนสร้าง น้อยมากนั่นเอง

ประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น 100 ปี แห่งการมรณภาพเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังโฆษิตาราม ปี 2515

(ภาพ และเนื้อหาจากเวป)

ปีพุทธศักราช 2515 ที่จะมาถึงในขณะนั้น อันเป็นปีที่การมรณภาพของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เวียนมาบรรจบครบ 100 ปี ประกอบกับวัดระฆังโฆสิตารามเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งก่อตั้งกรุง รัตนโกสินทร์ ถาวรวัตถุและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมากเกินกำลังของทางวัดที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์โดยลำพัง

ม.ล.เนื่องพร สุทัศน์ เห็นว่าเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อหาทุนในการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุและส่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม จึงได้นำโครงการดังกล่าวเสนอต่อพระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามสมัยนั้น ใช้ชื่อโครงการดังกล่าวว่า โครงการ สร้างปูชนียวัตถุเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรํงสี) ณ วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ พล.ร.อ.จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือขณะนั้นรับผิดชอบเป็นประธานกรรมการดำเนินงาน พระราชธรรมภาณี รักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นประธานฝายสงฆ์ พล.ร.ท.อุดม สุทัศน์ ณ อยุธยา เจ้ากรมอู่ทหารเรือในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการดำเนินการฝ่ายฆราวาส

สมเด็จ 100 ปี วัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ บล็อคแขนกลม ก่อนนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักสำหรับบล็อคแม่พิมพ์นี้ จุดไข่ปลาอยู่ด้านซ้ายแปลกกว่าพิมพ์อื่น แต่ปัจจุบันกลับเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากขึ้น ด้วยมีข้อมูลแพร่หลายโดยกว้างแล้วว่าเป็นพระบล็อคแม่พิมพ์แรก ๆ ของพระสมเด็จ 100 ปี พิธีในการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น อนุสรณ์ 100 ปี แห่งการมรณภาพท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม ประกอบไปด้วยพิธีทั้งทางสงฆ์และพรหมณ์ รวมทั้งสิ้น 3 วาระด้วยกัน

วาระแรก ประกอบพิธิพุทธาภิเษกทองชนวนและผงมวลสาร

หมายกำหนดการวาระแรก วันพฤหัสบดี ที่ 16 กันยายน พ.ศ.2514 พิธีการในส่วนนี้จัดขึ้นตามแบบขนบธรรมเนียมทั้งพิธีสงฆ์ และ พิธีพราหมณ์ มีการประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญบารมีแห่งเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ทำพิธีบูชาฤกษ์ บูชาเทพยดา

ประธานฝ่ายสงฆ์ พระราชธรรมภาณี ประธานฝ่ายพราหมณ์ พระราชครูวามเทพมุนี พล.ร.ท.อุดม สุทัศน์ ณ อยุธยา ประธานกรรมการดำเนินงานจุดเทียนถวายพระราชธรรมภาณี ประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย

วาระที่ 2 ประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมาจำลองและรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต

หมายกำหนดการวาระที่ 2 วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ.2514 พิธิการในวาระที่สองนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จมาเททองเป็นปฐมฤกษ์ตามกำหนดฤกษ์เวลา 15.35 น. และทรงปลูกต้นจันทน์หน้าหอพระไตรปิฎกด้วย

วาระที่ 3 ประกอบพิธิพุทธาภิเษกพระพุทธรูป และวัตถุมงคลต่าง ๆ

หมายกำหนดการวาระที่ 3 วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 อันเป็นวันครบรอบ 100 ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พิธีพุทธาภิเกจัดขึ้นตามขนบประเพณี ทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ ในวาระที่สามนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก และทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดระฆังโฆสิตาราม

สำหรับบล็อคแม่พิมพ์เส้นด้ายนี้ คงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว เพราะขณะที่หลายคนกำลังตั้งหลักในการสะสม ข้อมูลของสมเด็จ 100 ปี ยังไม่กว้างขวางนัก บล็อคไข่ปลาเลือน และ บล็อคเส้นด้าย ถูกยกให้เป็นพิมพ์นิยมที่เลือกเก็บกันก่อนเป็นอันดับแรก

วัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนั้นประกอบไปด้วย

  1. พระพุทธรูปจำลององค์พระประธาน ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
  2. พระกริ่งจำลององค์พระประธาน เนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ
  3. รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
  4. รูปเหมือนลอยองค์สมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
  5. เหรียญสมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
  6. พระผงพิมพ์พระสมเด็จ และ พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต
พระพุทธรูปจำลององค์พระประธาน ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
พระกริ่งจำลององค์พระประธาน เนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ
รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ
รูปเหมือนลอยองค์สมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
เหรียญสมเด็จพุฒาจารย์โต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ
พระผงพิมพ์พระสมเด็จ และ พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต

เหรียญพระพุทธปริต หลวงปู่ดุลย์ ปี๒๕๑๕

เหรียญเนื้อทองแดงรมดำ ปลุกเสกต์ โดยหลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม สุรินทร์ ปี๒๕๑๕ พร้อมด้วยคณาจารย์ด้านกัมมัฏฐานสายอีสานหลายท่าน เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่สาม หลองปู่ขาว หลวงปู่อ่อน